ความจริงจากเจ้าหน้าที่! แท็กซี่อ้างถูกแกล้ง ที่แท้คนขับทำผิดกฎถูกจับปรับมาแล้ว78ครั้ง

  • วันที่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 08:11 น.

ความจริงจากเจ้าหน้าที่! แท็กซี่อ้างถูกแกล้ง ที่แท้คนขับทำผิดกฎถูกจับปรับมาแล้ว78ครั้ง

รองผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชี้แจงคลิปแท็กซี่อ้างถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ที่แท้คนขับทำผิดกฎรับผู้โดยสารในจุดห้าม พบประวัติทำผิดมาแล้ว 78 ครั้ง

นายกิตติพงษ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ชี้แจงกรณีคลิปเหตุการณ์ที่คนขับแท็กซี่รายหนึ่งได้ปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่บริเวณชั้น4 อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งจับกุมและล็อกล้อรถ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด ได้พบว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับคำกล่าวอ้างของคนขับแท็กซี่ดังกล่าวที่ได้ยินอยู่ในคลิปแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบว่าคนขับแท็กซี่คนนี้ ได้กระทำผิดในกรณีเดียวกันที่ทางเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้บันทึกเอาไว้ถึง 78 ครั้ง ถูกปรับในข้อหาเดียวกันมาโดยตลอด

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงพบว่า แท็กซี่คันดังกล่าวได้ขับขึ้นมาบนชั้นชานชาลาชั้น 4 โดยที่ไม่มีผู้โดยสารนั่งมาแต่อย่างใด เป็นการวิ่งรถเปล่าขึ้นมา และค่อย ๆ ขยับรถมาตั้งแต่ประตู 2 และมาจอดที่ประตู 4 มองหาผู้โดยสารที่เป็นชาวต่างชาติอยู่พักใหญ่จนกระทั่งมีชาวต่างชาติ กำลังเดินมาจากประตู 4 คนขับแท็กซี่รายนี้จึงได้ลงจากรถมาเปิดกระโปรงท้ายเเละกวักมือเรียกชาวต่างชาติคนดังกล่าวให้ใช้บริการ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้จับตามองมาโดยตลอด ก่อนที่จะเข้าดำเนินการ ทำให้คนขับแท็กซี่คันดังกล่าวส่งเสียงโวยวายใส่เจ้าหน้าที่หาว่ากลั่นแกล้ง

ตามระเบียบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นที่ชานชาลาชั้น 4 เป็นสถานที่อนุญาตให้เข้ามาส่งผู้โดยสารเท่านั้น หากจะรับผู้โดยสารออกจากสนามบินต้องลงไปต่อคิวที่ชั้นสอง ซึ่งจะมีการบันทึกประวัติของแท็กซี่แต่ละคันที่รับผู้โดยสารออกไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ หากเกิดเหตุร้ายหรือลืมทรัพย์สินไว้ในแท็กซี่ ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังสามารถตรวจสอบได้ว่าแท็กซี่คันไหนคนขับชื่ออะไร

"กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนขับแท็กซี่รายนี้กระทำความผิดฝ่าฝืนข้อกำหนด แต่เป็นครั้งที่ 78 แล้วที่ถูกส่งไปเปรียบเทียบปรับในข้อหาเดียวกัน คือกระทำการใด ๆ อันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญ โดยพฤติการณ์ จอดรถชักชวนผู้โดยสารชาวต่างชาติให้ใช้บริการของตน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่าอากาศยานไทย"นายกิตติพงษ์กล่าว

ข่าวอื่นๆ