เรือนจำ ย้ายลับ "นวัธ" ขังบางขวาง

วันที่ 18 ต.ค. 2562 เวลา 13:41 น.
เรือนจำ ย้ายลับ "นวัธ" ขังบางขวาง
เรือนจำขอนแก่น ย้ายลับ ส.ส.นวัธ ขังบางขวาง ขณะที่ ราชทัณฑ์โอนตัวนักโทษต่างชาติรับโทษตามประเทศสัญชาติ 106 ราย พร้อมรับ 3 คนไทยกลับติดคุกบ้านเกิด

เมื่อวันที่ 18 ตค. ที่กรมราชทัณฑ์  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เรือนจำกลางขอนแก่นได้ย้ายตัวนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย จำเลยในคดีจ้างวานฆ่านายสุชาติ โคตรทุม ปลัด อบจ.ขอนแก่น เมื่อปี2556 เข้ามาควบคุมที่เรือนจำบางขวางตามมาตรการความปลอดภัยขั้นสูง โดยเป็นการย้ายในทางลับ เนื่องจากนายนวัธ ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิต และให้ขังระหว่างอุทธรณ์ จึงไม่สามารถควบคุมตัวที่เรือนจำเดิมได้อีก ดังนั้น ต้องนำตัวมาควบคุมที่เรือนจำบางขวาง อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้รับรายงานว่านายนวัธมีปัญหาทางด้านสุขภาพ หรือมีโรคประจำตัว เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรระหว่างที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำ

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ยังกล่าวถึงการโอนตัวนักโทษเด็ดขาดชาวต่างประเทศกลับไปรับโทษต่อยังประเทศที่ตนเองมีสัญชาติด้วยว่า ปัจจุบันประเทศไทยประสบความสำเร็จในการโอนตัวนักโทษเด็ดขาดชาวต่างประเทศกลับไปรับโทษต่อยังประเทศที่ตนเองมีสัญชาติแล้วทั้งสิ้น 1,199 คน ขณะที่ปีงบประมาณ พ.ศ.2562 มีการโอนตัวมากถึง 106 คน จาก 14 ประเทศ  การเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้กลับไปรับโทษต่อยังประเทศบ้านเกิด เพื่ออยู่ในสภาพแวดล้อม ภาษา สังคมและวัฒนธรรมที่คุ้นเคย ตลอดจนได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และกลับคืนสู่สังคมในฐานะพลเมืองที่ดีของประเทศนั้นๆ ได้ ซึ่งสอดคล้องต่อหลักอาชญาวิทยาและทัณฑวิทยา  และเป็นการส่งเสริมประสานความร่วมมือระหว่างประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม

นอกจาก การโอนตัวนักโทษเด็ดขาดชาวต่างประเทศกลับไปรับโทษต่อยังประเทศที่ตนเองมีสัญชาติแล้ว กรมราชทัณฑ์ยังรับโอนนักโทษเด็ดขาดสัญชาติไทยจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 คน และญี่ปุ่น 2 คน รวมทั้งส้ิน 3 คนกลับมารับโทษต่อในประเทศไทย โดยถือเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศไทยมีสนธิสัญญาฯ กับสาธารณรัฐประชาชนจีน และญี่ปุ่นในการรับตัวคนไทยกลับมาจำคุกต่อในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อเดือนก.ย. 2562 ภายหลังจากมีความพยายามดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 อย่างไรก็ตาม กรมราชทัณฑ์มีเป้าหมายให้มีการโอนตัวนักโทษมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันได้ดำเนินการเจรจาเพื่อให้มีสนธิสัญญาโอนตัวฯ ร่วมกับประเทศมาเลเซียและยูเครน คาดว่าน่าจะบรรลุความตกลงได้ภายในปีงบประมาณพ.ศ. 2563