อธิบดีพช.ชู"โก่งธนูโมเดล"ต้นแบบความสำเร็จการพัฒนาชุมชน

วันที่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 18:53 น.
อธิบดีพช.ชู"โก่งธนูโมเดล"ต้นแบบความสำเร็จการพัฒนาชุมชน
อธิบดีพช.คนใหม่มอบนโยบายผ่านระบบวิดีโอ Conference ถึงพัฒนาการจังหวัดทั่วประเทศเร่งขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ชูความสำเร็จ"โก่งธนูโมเดล"เป็นต้นแบบ

เมื่อวันที่ 16 ต.ค.นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกรมการพัฒนาชุมชน ผ่านระบบวิดีโอ Conference ไปยังสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด ทุกจังหวัด ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกหลังมาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนคนใหม่ โดยมีผู้บริหารพช. และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม ณ กรมการพัฒนาชุมชน

นายสุทธิพงษ์ ได้มอบนโยบายการขับเคลื่อนงานกรมการพัฒนาชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ว่า เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง และชุมชนพึ่งตนเองได้ภายใน ปี 2565 จะมีการน้อมนำศาสตร์พระราชา และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางปฎิบัติ ภายใต้แนวคิด “Change for Good” ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อลดรายจ่าย โครงการสัมมาชีพชุมชน เพื่อสร้างอาชีพ โครงการ OTOP Academy ในการสร้างงานสร้างอาชีพ โครงการตลาดประชารัฐ เป็นต้น โดยใช้กองทุนต่างๆ ที่อยู่ในกำกับของพช. เป็นแหล่งเงินทุน และสวัสดิการชุมชน เช่น กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต และกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เป็นต้น

อธิบดี พช. ยังได้ยกตัวอย่างความสำเร็จในพื้นที่ อบต.โก่งธนู อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2562 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมและให้กำลังราษฎร และแนะนำกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถนำมาเป็นแบบอย่างที่ดี เช่น โครงการ "บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง" ส่วนใหญ่ปลูกไว้รับประทานเองในครัวเรือน และแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างบ้านของนายรังสรรค์ ไผ่สำฤทธิ์ ราษฎรหมู่ที่ 5 ต.โก่งธนู ยังเป็นคลังเมล็ดพันธุ์ผักสำรองของตำบล เมื่อขาดแคลนชาวบ้านสามารถมารับเมล็ดพันธุ์ผักไปเพาะปลูกได้

นอกจากนี้ มีการใช้พื้นที่บริเวณบ้านจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการบริหารจัดการขยะของตำบลโก่งธนู โดยมีหน่วยงานในท้องถิ่นเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะด้วยการงดใช้ถังขยะ และให้ชาวบ้านในพื้นที่นำขยะมาขายให้กับจิตอาสาที่รับซื้อในแต่ละหมู่บ้าน โดยจะมีสมุดบัญชีให้กับสมาชิกเพื่อสะสมเงินออมที่ได้จากการนำขยะมาขาย อีกทั้งยังมีสวัสดิการ "เพื่อนช่วยเพื่อน" ซึ่งจะนำเงินส่วนหนึ่งของสมาชิกไปช่วยเหลือครอบครัวของสมาชิกที่เสียชีวิต โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 1,700 คน

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ยังให้แต่ละครัวเรือน นำถังที่เหลือใช้มาทำเป็นถังขยะเปียก โดยนำเศษอาหารทิ้งไว้ในถังเป็นเวลา 2 เดือน เพื่อนำไปเป็นสารบำรุงดินใส่ต้นไม้และพืชผัก จึงเป็นการช่วยลดขยะและยังช่วยลดภาวะโลกร้อนด้วย อีกทั้งได้จัดตั้งกลุ่มจักสานบ้านเกาะ หมู่ 5 ขึ้น มีสมาชิก 30 คน เพื่อร่วมกันนำขยะมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ เช่น ตะกร้าสาน กล่องใส่กระดาษทิชชู และกระเป๋าสานจากกล่องนม การทำพวงหรีดจากพัดจักสาน เพื่อลดการใช้ดอกไม้สด อันจะก่อให้เกิดขยะจำนวนมาก และไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยการทำพวงหรีดจากพัดจักสานช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มมากถึงปีละ 300,000 บาท

อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ ผู้บริหาร รวมถึงพัฒนาการจังหวัด ได้รับฟังแนวทางในการปฏิบัติงาน และได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ตลอดจนข้อแนะนำต่างๆ ในการปฏิบัติงานจึงถือได้ว่า เป็นการร่วมกันขับเคลื่อนงาน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เพื่อ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต