แนะสาวถูกเสี่ยกำมะลอหลอกเข้าแจ้งความ ชี้เข้าข่ายฉ้อโกง

วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 18:14 น.
แนะสาวถูกเสี่ยกำมะลอหลอกเข้าแจ้งความ ชี้เข้าข่ายฉ้อโกง
รองโฆษกตำรวจแนะหญิงสาวถูกเสี่ยกำมะลอหลอกแต่งงานเข้าแจ้งความ เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์ ชี้เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กล่าวถึงกรณีชายอ้างเป็นเศรษฐีกำมะลอ หลอกลวงหญิงสาว ว่า ขณะนี้ ยังไม่มีผู้เสียหายรายใด แจ้งความดำเนินคดีกับ ชายที่อ้างว่าเป็นเศรษฐี โดยเฉพาะ หญิงสาวผู้เสียหายรายล่าสุดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งถูกหลอกให้แต่งงานจดทะเบียนสมรส จัดงานที่โรงแรมหรู ก่อนจะเลิกรากัน และทิ้งหนี้สินค่าใช้จ่ายแต่งงานไว้กว่า 3.5 ล้านบาท ทำให้ตามกฎหมาย ยังไม่สามารถดำเนินคดีกับชายรายนี้ได้ แม้เบื้องต้น จะมีความผิดฐานเข้าข่ายฉ้อโกง

ดังนั้นผู้เสียหาย ต้องรีบเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจโดยเร็ว เพราะเป็นคดีที่มีอายุความ 3 เดือน นับตั้งแต่ทราบว่าถูกหลอก เพราะหากไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ตามกรอบเวลานี้ จะทำให้ผู้เสียหายเสียประโยชน์ได้

ส่วนผู้เสียหายรายอื่น ที่ขาดอายุความ ก็สามารถเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อนำหลักฐานไปรวบรวมในสำนวนคดีล่าสุดได้ โดยยังไม่ถึงขั้นรวมเป็นสำนวนคดีเดียวกัน เพื่อให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินการ

"ยืนยันตำรวจจะพิจารณาไปตามพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทุกอย่างพร้อมขอให้ผู้เสียหายอย่ากังวล แม้ชายรายนี้จะอ้างว่า มีความสัมพันธ์กับนักการเมืองหรือไม่ก็ตาม"พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ชายรายนี้ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค ว่า จากการตรวจสอบ มีคดีเกิดขึ้นจริง ในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม และ สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ เมื่อปี 2557 และ 2558 แต่นายท็อปถูกดำเนินคดีไปแล้ว 1 คดี และอีก 1 คดี มีการถอนคำร้องทุกข์ไป จึงถือว่า คดีสิ้นสุดแล้ว และเป็นคนละส่วนกับความผิดที่จังหวัดบุรีรัมย์