"สมศักดิ์"สั่งเร่งปิดคดีฆ่าสาวญี่ปุ่นที่สุโขทัย หลังผ่านมากว่า10ปียังจับคนร้ายไม่ได้

  • วันที่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 14:10 น.

"สมศักดิ์"สั่งเร่งปิดคดีฆ่าสาวญี่ปุ่นที่สุโขทัย หลังผ่านมากว่า10ปียังจับคนร้ายไม่ได้

รมว.ยุติธรรม สั่งเร่งปิดคดีฆาตกรรม "โทโมโกะ คาวาชิตะ" นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ตั้งเป้าปิดคดีมีคำตอบให้รัฐบาลญี่ปุ่น หลังผ่านมากว่า10ปียังจับคนร้ายไม่ได้

เมื่อวันที่ 4 ต.ค.62 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่า ในฐานะส.ส.จังหวัดสุโขทัย เมื่อมาเป็นรมว.ยธ ได้หารือกับผู้บริหารสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ว่าจะขอให้ส่งนักนิติวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ จ.สุโขทัย เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอในจุดที่ต้องสงสัยเพิ่มเติมเพื่อคลี่คลายคดี น.ส โทโมโกะ คาวาชิตะ นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ถูกฆาตกรรมในเขตอุทยานประวัติศาสตร์จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2550 โดยคดีดังกล่าวได้ถูกโอนมาให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ดำเนินการและดีเอสไอได้รับไว้เป็นคดีพิเศษตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 2556

ทั้งนี้คดีดังกล่าวจะหมดอายุความในปี 2570 โดยในครั้งนี้จะเป็นการขยายพื้นที่ให้ไกลออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานทั้งหมดเพื่อปิดคดี ที่ผ่านมาแม้พ่อแม่ของผู้เสียชีวิตและสถานทูตญี่ปุ่นจะยังไม่ขอเข้าพบเพื่อทวงถามคดี แต่ตนในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรมต้องการเร่งรัดและคลี่คลายคดีให้ได้เร็วๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ

"ที่ผ่านมามีการตรวจดีเอ็นไอผู้ต้องสงสัยไปจำนวนมากแล้ว จึงคิดว่าในพื้นที่ควรจะช่วยกันอีกรอบหนึ่ง นอกจากนี้อยากสื่อให้ทางการญี่ปุ่นรับทราบว่า เราไม่ได้นิ่งดูดาย และกระทรวงยุติธรรมพยายามติดตามให้อย่างเต็มที่สุดความสามารถ ส่วนเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ในจุดใดเป็นรายละเอียดในสำนวน"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ได้มีการตรวจหาสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยคดีนี้ไปแล้ว 300 ราย โดยทางดีเอสไอได้ตั้งรางวัลนำจับจำนวน 2 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังมีร่องรอยให้สามารถติดตามได้จากเสื้อผ้าของน.ส.โทโมกะที่คนร้ายได้ทิ้งไว้ และมีรายงานในพื้นที่ระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งที่ยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอ และได้เสียชีวิตแล้วไม่สามารถนำกระดูกมาสกัดหาสารพันธุกรรม จึงมีความเป็นได้ที่อาจจะมีการตรวจดีเอ็นเอของญาติพี่น้องสายตรงหรือมารดาของผู้ต้องสงสัย แต่คงจะมีกระบวนขั้นตอนการขอตรวจซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะมีการหารือกันอีกครั้งก่อนส่งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์จะลงพื้นที่

ข่าวอื่นๆ