กทม.เตรียมใช้ "หอฟอกอากาศ" แก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่จราจรหนาแน่น

  • วันที่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 12:30 น.

กทม.เตรียมใช้ "หอฟอกอากาศ" แก้ปัญหาฝุ่นในพื้นที่จราจรหนาแน่น

ผู้ว่าฯกทม.เผยเตรียมทดลองติดตั้ง "หอฟอกอากาศ" เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่การจราจรหนาแน่น

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่าเกินมาตรฐานและส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร จึงกำชับให้สำนักสิ่งแวดล้อม ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ พร้อมกำชับให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ไขปัญหาด้านการจราจร การระบายรถ การควบคุมฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร และการควบคุมไม่ให้เกิดการเผาในที่โล่งแจ้งทุกประเภท

จากการติดตามประสานข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าหลังจากวันที่ 1 ต.ค. 62 สภาพอากาศจะดีขึ้น เนื่องจากมีลมและฝนกระจายในพื้นที่ ทำให้สภาพอากาศที่ปิดคลี่คลายลง

ด้านการดำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการทดลองติดตั้งหอฟอกอากาศ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน จำนวน 1 เครื่อง เร็วๆนี้

สำหรับรายละเอียดหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทำจากสเตนเลส ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ซม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. ใช้แผ่นกรองชนิด HEPA Filter และกำลังไฟฟ้า 3.5 กิโลวัตต์ โดยจะตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง

"หากผลการทดลองสามารถลดปริมาณฝุ่นได้ดี จะพิจารณาติดตั้งในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นหรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก เช่น สถานีรถไฟฟ้าอารีย์ แยกราชประสงค์ ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ"ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครได้เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ ซึ่งสามารถพ่นละอองน้ำได้ละเอียดเป็นระยะมากกว่า 10 เมตร และมีประสิทธิภาพในการจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ จำนวน 6 คัน เพื่อกระจายไปยัง 6 กลุ่มเขต ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการกำหนดรายละเอียดของรถ และจะใช้งบประมาณปี 2563 ในการจัดซื้อต่อไป

ข่าวอื่นๆ