"ป.ป.ท." มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนทุจริต "งบปลูกป่าแก่งกระจาน"

  • วันที่ 17 ก.ย. 2562 เวลา 18:09 น.

"ป.ป.ท." มีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนทุจริต "งบปลูกป่าแก่งกระจาน"

บอร์ดป.ป.ท.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตงบปลูกป่าฯแก่งกระจาน4,200 ไร่ -สั่งพนักงานสอบสวนลงพื้นที่เร่งทำคดีเผาบ้านปู่คออี้ให้เสร็จใน 3 เดือน

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 พ.ต.ท วันนพ สมจินตนากุล เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท) เปิดเผยว่า บอร์ด ป.ป.ท.ได้มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงความผิดคดีทุจริตปลูกป่า 4,200 ไร่ ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ว่าจ้างบริษัทเอกชนคู่สัญญาในวงเงิน 15 ล้านบาท ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนฯแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามกรอบระยะเวลาที่กฏหมายกำหนด และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายชี้แจงข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ป.ป.ท ภาค 7 ได้ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากนายสมัคร ดอนนาปี อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ท. ตรวจสอบคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2556 โดย ป.ป.ท. ประสานให้ศูนย์แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ ดีเอสไอ นำโดรนขึ้นบินตรวจสอบ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ พบร่องรอยการนำกล้าไม้เข้าไปปลูกป่าจริง แต่ปลูกไม่ตรงตามแปลงที่ได้ขออนุมัติกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช อีกทั้ง เป็นการปลูกป่าในพื้นที่แค่ 1 ถึง 2 ไร่ ซึ่งไม่ครอบคลุมทั่วพื้นที นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว ดีเอสไอ จึงสรุปสำนวนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งให้หน่วยงานทึ่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเผาบ้านปู่คออี้นั้น เลขาธิการฯ ป.ป.ท. กล่าวว่า หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบอร์ดฯมีมติให้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มเติมกรณีดังกล่าวแล้ว โดย ขณะนี้ทางป.ป.ท ได้ส่งพนักงานสอบสวนลงพื้นที่เพื่อสอบปากคำพยานและหาหลักฐานในพื้นที่เพิ่มเติมจากข้อมูลเดิมที่เคยมีอยู่แล้วในปี 2558 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน3 เดือน

สำหรับคดีนี้ศาลปกครองสูงสุด พิพากษาว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ สามารถใช้ดุลพินิจไม่ใช้มาตรการที่มีความรุนแรงกระทำต่อสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินของได้ แม้จะมีกฎหมายให้อำนาจไว้ก็ตาม และการเผาทำลายสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สิน จึงทำให้ผู้ฟ้องคดีต้องสูญเสียปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ถือเป็นพฤติการณ์ที่มีความร้ายแรงกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิในการดำรงชีวิตและสิทธิในทรัพย์สินอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ข่าวอื่นๆ