ตร.ออกหมายเรียกแล้ว! เจ้าของบัญชี-ผู้โพสต์ภาพแอบอ้างบัญชี "บิณฑ์"

  • วันที่ 17 ก.ย. 2562 เวลา 15:11 น.

ตร.ออกหมายเรียกแล้ว! เจ้าของบัญชี-ผู้โพสต์ภาพแอบอ้างบัญชี "บิณฑ์"

ตำรวจปอท.ออกหมายเรียกเจ้าของบัญชี-ผู้โพสต์ภาพแอบอ้างบัญชีบริจาค "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" เข้าพบ24 ก.ย.นี้ ชี้หากมีเจตนาทำผิดโทษหนักคุก 5 ปีปรับ 1 แสน

จากกรณีที่มีผู้แอบอ้างใช้ภาพ นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ พร้อมระบุข้อความเชิญชวนบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมแต่ได้มีการใช้เลขบัญชีอื่นทำให้มีผู้หลงเชื่อโอนเงินไปให้ ซึ่งนายบิณฑ์ ได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่ามีผู้แอบอ้างกับพนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 62 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบก.ปอท.) กล่าวว่า พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ เชิญบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของบัญชีธนาคาร และเจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์ มาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดีในเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.ย.นี้

"วันนี้เจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกทั้งคู่ก่อนในฐานะพยานเพื่อชี้แจงว่า เพราะเหตุใดถึงกระทำในลักษณะดังกล่าว โดยเบื้องต้นทราบว่า มีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ จ.ลพบุรี ว่าบุคคลทั้งคู่ไม่มีส่วนรู้เห็นแม้แต่อย่างใด โดยหลังจากนี้จะเชิญทั้งคู่มาพบเพื่อสวบสวนถึงข้อเท็จจริง นอกจากนี้จะต้องเชิญผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อสรุปยืนยันว่าเลขบัญชีที่ถูกแอบอ้างนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริง"รองผบก.ปอท.กล่าว

"อยากฝากเตือนถึงบุคคลผู้ไม่หวังดีที่คิดจะกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าวว่า พี่-น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยก็ลำบากมากพอแล้ว การที่มีผู้เสียสละอย่างคุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ลงพื้นที่และเปิดรับบริจาคนำเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องที่ดี อย่าฉกฉวยโอกาสใช้ช่องทางนี้ในการกระทำความผิด นอกจากจะมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งค่อนข้างสูงแล้ว และยังผิดต่อศีลธรรม"พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้หากมีเจตนาเพื่อมีจุดประสงค์ให้ประชาชนเกิดหลงเชื่อว่า บัญชีที่โพสต์และนำรูปผู้เสียหายซึ่งเป็นบัญชีที่รับบริจาคน้ำท่วมไปหลอกลวงจริงจะเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเช่นกัน

ภาพจาก www.fm91bkk.com 

ข่าวอื่นๆ