ระดมสรรพกำลัง เร่งเคลียร์น้ำท่วม 8 จังหวัดภาคอีสาน คืนสภาพปกติสิ้นเดือนนี้

วันที่ 11 ก.ย. 2562 เวลา 14:15 น.
ระดมสรรพกำลัง เร่งเคลียร์น้ำท่วม 8 จังหวัดภาคอีสาน คืนสภาพปกติสิ้นเดือนนี้
กรมชลฯเปิดศูนย์บัญชาการส่วนหน้าน้ำชี-มูลฯ 14 ก.ย. นี้ พร้อมลงพื้นที่ลุยแก้อุทกภัยภาคอีสาน 8 จังหวัด ต้องเคลียร์น้ำให้จบสิ้นเดือนนี้

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้กรมชลประทาน เร่งดำเนินการบริหารจัดการน้ำที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคอีสานให้คลี่คลาย โดยเคลียร์น้ำออกจาพื้นที่เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติโดยเร็ว ขณะที่ศูนย์บัญชาการบริหารน้ำมูล-ชีส่วนหน้า ที่สำนักชลประทาน จ.อุบลราชธานี จะเปิดดำเนินการในวันที่ 14 ก.ย.นี้  โดยจะลงไปลงไปบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง เนื่องจากการประเมินจะมีปริมาณน้ำค้างทุ่ง 1,600 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม. ) มีน้ำท่วมพื้นที่ 1.5 ล้านไร่ 80 อำเภอ 8 จังหวัด ได้แก่ จ.กาฬสินธุ์ ยโสธร ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ มุกดาหาร อุบลราชธานีและมหาสารคาม 

ทั้งนี้เดิมคาดว่าปริมาณน้ำก้อนใหญ่ ไหลลงสู่สถานี M7 สะพานประชาธิปไตย จ.อุบลราชธานี ในคืนที่11 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ระดับ 15.5 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง(รทก.)หรือระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 3.70-3.80 เมตร แต่เนื่องจากมีฝนตกมาเพิ่มในพื้นที่ทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเป็น15.7เมตร.รทก.ที่สถานีM7 ใกล้เคียงกับ ปี 2545 ประกอบกับขณะนี้ระดับน้ำโขง ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1.6 เมตร ดังนั้นกรมชลประทาน ได้ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำไปตั้งตลอดแนว ที่ ปากมูล แก่งสะพือ เพื่อผลักดันน้ำลงแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด รวม 160 เครื่อง และกาลักน้ำ 34 ชุด จึงคาดว่าสถานการณ์น้ำจะมีระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติภายในสิ้นเดือนก.ย.นี้ และประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านเรือนได้ในช่วง18-19ก.ย.นี้ ถ้าไม่มีฝนมาตกเพิ่มในพื้นที่

“ปริมาณน้ำ1,600 ล้านลบ.ม.เป็นน้ำที่อยู่ในทุ่งพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ประมาณ 346 ล้านลบ.ม.อยู่ในพื้นที่ลำเสียวใหญ่ 35 ล้านลบ.ม.และอยู่ในพื้นที่อ.ธาตุน้อย เซบาย เซบก อีกประมาณ1,100 ล้านลบ.ม. ซึ่งน้ำจากลำน้ำชี และที่ลำเสียวใหญ่ จะไหลมาที่สถานี M7 ทั้งหมดเช่นกันในช่วงวันที่ 13ก.ย.นี้ จะเป็นน้ำระดับสูงสุด ส่งผลให้ระดับน้ำอยู่ที่ 15.8 เมตร รทก.หรือ10.8เมตร ระดับท้องน้ำ(รทส.) สูงจากตลิ่งประมาณ 3 เมตรกว่า ส่งผลให้พื้นที่จ.อุบลราชธานี ฝั่งขวา อ.วารินทรชำราบ ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนฝั่งอ.เมืองอุบลราชธานี จะไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากพื้นที่ตลิ่งสูงกว่า

ทั้งนี้เมื่อระดับน้ำเข้าสู่ภาวะปกติ กรมชลฯจะเก็บน้ำเข้าแก้มลิงธรรมชาติ สองลุ่มน้ำ หรือพื้นที่การเกษตรของประชาชนที่มีร้องขอเข้ามา เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ประชุมร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่าพบการก่อตัวของมวลอากาศในมหาสมุทร แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะจะก่อตัวเป็นพายุหรือไม่”นายทองเปลว 

สำหรับการบริหารน้ำใน 2 ลำน้ำ ชีและมูล ได้สั่งการให้สำนักชลประทาน จัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท้ายน้ำ ซึ่งในลำน้ำชี ได้ชะลอน้ำจากแม่น้ำชีตอนบน ที่เขื่อนมหาสารคาม และควบคุมการระบายน้ำจากอ่างขนาดใหญ่ กลาง เล็ก 23 แห่ง เพื่อปรับอัตราระบายน้ำให้เหลือวันละ 36 ล้านลบ.ม. โดยในลำน้ำมูล ได้ลดการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ กลาง เล็ก รวม 57 แห่ง และชะลอน้ำในลำเซบาย และลำโดมใหญ่ พร้อมกับลำน้ำสาขาอื่นๆเพื่อลดน้ำไปสมทบกันที่ท้ายน้ำ 

นายทองเปลว กล่าวกำชับผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ไปทุกสำนักชลประทาน ในพื้นที่ขอให้ช่วยกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤติ จะลดความเดือดร้อนได้เร็ว และให้สลับเวรยามกันดูแลเครื่องมือพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา เมื่อน้ำลดแล้วข้าราชการกรมชลประทาน ซึ่งเป็นจิตอาสาชลประทาน จะเข้าช่วยฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและทำความสะอาดบ้านเรือนให้ประชาชน สามารถเข้าอยู่ทันทีหลังน้ำลด

อย่างไรก็ตามหากรวมปริมาณน้ำทั้งหมดที่ท่วมในพื้นที่ภาคอีสาน มีน้ำรวม 2,300 ล้านลบ.ม. จากอิทธิพล พายุ โพดุล และคาจิกิ  ตั้งแต่วัน27 ส.ค.62 ถึงปัจจุบัน