ดีเอสไอไม่ตอบโต้ชัยวัฒน์คลี่ปมคดีฆาตกรรมบิลลี่ยึดตามพยานหลักฐาน

วันที่ 06 ก.ย. 2562 เวลา 13:25 น.
ดีเอสไอไม่ตอบโต้ชัยวัฒน์คลี่ปมคดีฆาตกรรมบิลลี่ยึดตามพยานหลักฐาน
อธิบดีกรมดีเอสไอไม่ตอบโต้ชัยวัฒน์ปมสถานที่พบกระดูกบิลลี่ไม่ใช่พื้นที่ปิดแจงการทำคดีฆาตกรรมพิสูจน์กันตามพยานหลักฐานผลดีเอ็นเอที่ตรงกับมารดาก็ชัดเจนอยู่แล้ว

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนายพอละจี รักจงเจริญหรือ”บิลลี่”ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และเป็นการเก็บรวบรวบพยานหลักฐานมาตั้งแต่เกิดเหตุ แต่อาจไม่ได้เป็นข่าว รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานที่มีอยู่ในคดีเดิมเพื่อดูความเชื่อมโยงว่าส่วนใดบ้างที่ขาดหายไป ส่วนพยานหลักฐานบุคคลมีอยู่บางส่วนแล้ว และกำลังพยายามหาเพิ่มเติม หากใครมีเบาะแสให้แจ้งมาได้ที่สายด่วนดีเอสไอ 1202 โดยเจ้าหน้าที่จะปกปิดข้อมูลเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นในทุกส่วนๆ แต่ไม่ได้แถลงสังคมให้รับทราบ เนื่องจากเป็นรายละเอียดในสำนวนคดี

เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ระบุว่า ที่ผ่านมาคนในพื้นที่ไม่เคยพบว่ามีเจ้าหน้าดีเอสไอลงพื้นที่ทำคดีเลย อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บข้อมูลในหลายรูปแบบ มีการแฝงตัวเข้าไป และเข้าพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเข้าไปในรูปแบบชาวบ้านเพื่อเก็บข้อมูลจากคนในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาเชื่อมโยงกับข้อมูลเดิมที่เคยมีอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี ออกมาระบุว่าจุดที่มีการทิ้งถังน้ำมันและกระดูกบิลลี่ไม่ใช่พื้นที่ปิด และการให้ข่าวของดีเอสไอกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กรนั้น พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ไม่ขอตอบโต้ในเรื่องนี้ แต่จะดูตามพยานหลักฐานที่จะปรากฏในคดี เพราะการทำคดีจะต้องพิสูจน์กันตามพยาน หลักฐานและมีผลพิสูจน์ทางดีเอ็นเอที่ชัดเจนอยู่แล้ว โดยหลักการในการทำคดีต่างๆ มีพยาน 3 ส่วนคือ พยานเอกสาร พยานบุคคลและพยานวัตถุที่จะนำไปสู่การระบุตัวผู้กระทำผิด ซึ่งดีเอสไอจะรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด ส่วนจะมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรหรือไม่นั้นทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง เพราะการทำคดีดีเอสไอจะทำในรูปแบบคณะกรรมการมีหลายฝ่ายเข้าร่วม ทั้ง สตช. สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และมีที่ปรึกษาเป็นอัยการฝ่ายสอบสวน ดังนั้นการจะทำอะไรแต่ละอย่างไม่ได้ทำเพียงหน่วยเดียวแต่จะทำในรูปคณะกรรมการทั้งหมดทุกขั้นตอน หากเป็นเรื่องไม่จริงคณะกรรมการก็ไม่มีทางเซ็นยินยอมซึ่งทุกตอนขั้นตอนการทำงานของดีเอสไอ ตรวจสอบได้

“จริงๆพยานหักฐานมีอยู่แล้วแต่ต้องการให้มีความรอบคอบเพิ่มขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็สั่งการให้ทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา รวดเร็วและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งขณะนี้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ขอเวลาอีก 1 เดือนตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนกระดูกที่เหลือ คาดว่าภายใน 2-3 เดือนจะสามารถสรุปสำนวนคดีได้ แต่ระหว่างที่หลักฐานที่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็จะยังไม่มีการออกหมายจับ” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว