ข้อมูลวิจัยชี้ผู้โดยสาร "รถตู้" มีโอกาสตายจากอุบัติเหตุมากกว่ามินิบัส

  • วันที่ 13 ส.ค. 2562 เวลา 10:39 น.

ข้อมูลวิจัยชี้ผู้โดยสาร "รถตู้" มีโอกาสตายจากอุบัติเหตุมากกว่ามินิบัส

ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุฯชี้ "รถตู้" มีโอกาสตายมากกว่ารถมินิบัส จี้รัฐตัดสินใจรอบด้าน ขณะที่ "ศักดิ์สยาม" แจงเปลี่ยนมินิบัสอาจทำให้ค่าโดยสารแพงขึ้น

ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารนั้นมาจาก การใช้ความเร็วของผู้ขับขี่ เนื่องมาจากคนขับรถตู้ต้องการวิ่งทำรอบ หรือไม่ก็เป็นพฤติกรรมส่วนตัวในการขับรถเร็วของคนขับ แตกต่างกับรถมินิบัสที่สามารถทำความเร็วหรือการแซงได้ช้ากว่ารถตู้ ดังนั้นอุบัติเหตุรถตู้จึงเกี่ยวข้องกับยานพาหนะโดยตรง ซ้ำร้ายไปกว่านั้น จากหลายๆ เคสอุบัติเหตุรถตู้ที่ทางศูนย์วิจัยฯ ได้เคยไปเก็บข้อมูลมา พบว่า เมื่อเกิดการชนเกิดขึ้น ถังน้ำมันและท่อน้ำมันซึ่งอยู่ข้างหน้าจะแตกทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้ ส่งผลให้ผู้โดยสารที่กองไปอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของรถ

"เมื่อเกิดการชน ผู้โดยสารที่กำลังอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บอยู่แล้วจึงไม่สามารถหลบหนีออกจากเปลวเพลิงได้ ขณะที่รถมินิบัสนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารมีโอกาสตายน้อยกว่าหรือมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้น เนื่องจากรถมินิบัสมีพื้นที่ภายในรถมากกว่า มีช่องทางเดินตรงกลาง หน้าต่างมีขนาดใหญ่กว่า มีประตูฉุกเฉินทางด้านขวา และส่วนใหญ่มักจะมีประตูฉุกเฉินบนหลังคารถด้วย เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะสามารถหนีออกมาได้เร็วกว่ารถตู้"ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุระบุ

นอกจากนี้ยังมีรถตู้อีกหลายคันที่ติดตั้ง GPS ควบคุมความเร็วแล้วแต่ก็ไม่ได้เชื่อมข้อมูลไปที่กรมขนส่งทางบก หรือเมื่อตรวจสอบว่ารถตู้คันนี้มีการใช้ความเร็วเกินกำหนด การเตือนก็ไม่ได้ทำได้ทันที อย่างมากก็เป็นการเตือนเมื่อรถตู้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

ส่วนเรื่องการบังคับให้คาดเข็มขัดเป็นที่รู้ทั่วกันว่ารถตู้ส่วนใหญ่ไม่ติดตั้งเข็มขัดนิรภัยที่สามารถใช้งานได้ ดังนั้นการยกระดับความปลอดภัยของการเดินทางด้วยรถตู้โดยสารสาธารณะ รัฐบาลต้องทำให้องค์ประกอบทุกด้านของการเดินทางด้วยรถตู้นั้นปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น คนขับรถตู้ ยานพาหนะ อุปกรณ์นิรภัย ผู้โดยสาร สภาพถนนและสิ่งแวดล้อม ขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง การยกระดับความปลอดภัยจะล้มเหลวทันที ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจึงไม่สามารถที่จะไปมุ่งหวังเฉพาะตัวคนขับรถเพียงอย่างเดียวได้ แนวคิดนี้ได้ถูกพิสูจน์มาแล้วในหลายๆ ประเทศที่เค้าประสบความสำเร็จในการพัฒนาทางด้านความปลอดภัยทางถนน

ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การควบคุมเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารในรถตู้ ต้องเน้นไปที่ต้นตอขอปัญหาคือผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด เพื่อลดพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่เหมาะสม เรื่องต่อมาคือการควบคุมอายุการใช้งานของรถสาธารณะทุกประเภท ซึ่งต้องมีการตรวจสภาพที่กรมการขนส่งทางบกทุก 3 เดือน หรือตรวจสภาพตามระยะทางที่วิ่งจริง

"ขณะนี้ก็จะเข้มงวดมากขึ้นหากพบว่าคันไหนไม่ผ่านการรับรองตรวจสภาพก็จะสั่งให้หยุดวิ่งทันที ดังนั้นประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการายงานแจ้งเบาะแสรถตู้ที่ไม่พึงประสงค์ เพราะถือว่าผู้โดยสารเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ สามารถถ่ายภาพเป็นหลักฐานและร้องเรียนผ่านช่องทางต่างๆได้ทันที ยืนยันว่าจะจัดการให้ถึงที่สุด"รมว.คมนาคมกล่าว

นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถแสดงความคิดเห็นถึงนโยบายการกำกับดูแลรถสาธารณะได้ตามช่องทางที่เปิดรับฟัง เช่น เฟซบุ๊กของกรมการขนส่งทางบก ส่วนเรื่องการเปลี่ยนรถตู้เป็นรถมินิบัสนั้น ผู้ประกอบการต้องนำเข้ารถจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูง ดังนั้นผลร้ายจะตกอยู่ที่ประชาชนเรื่องค่าโดยสารที่แพงขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น

ข่าวอื่นๆ