ระวังโดนจับ!! ขับช้าต่ำกว่า 80 กม. อยู่ขวาไม่ได้ เชิญเลนซ้ายสุดเท่านั้น

วันที่ 31 ก.ค. 2562 เวลา 18:05 น.
ระวังโดนจับ!! ขับช้าต่ำกว่า 80 กม. อยู่ขวาไม่ได้ เชิญเลนซ้ายสุดเท่านั้น
"ศักดิ์สยาม" เล็งออกกฎใหม่กำกับการขับรถบนถนน หนุนนโยบายความเร็ว 120 กม./ชม. บังคับใช้ 2 ช่องจราจรความเร็วห้ามต่ำกว่า 80 กม./ชม. ด้านกรมทางหลวงเล็งนำร่องทดลองใช้เส้นพระราม 2, บางนา-ตราด, กรุงเทพ-นครสวรรค์, ถนนมิตรภาพ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากนโยบายแก้กฎกระทรวงคมนาคมเพื่อขยายอัตราจำกัดความเร็วบนถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ เป็นห้ามเกิน 120 กิโลเมตร(กม.)ต่อชั่วโมง(ชม.) นั้นยืนยันว่าจะไม่ทำให้ยอดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนมักจะเกิดจากความประมาทหรือการขับขี่ขณะเมาสุรา แต่ไม่ใช่เรื่องความเร็วของยานพาหนะ

สำหรับแนวทางการบังคับใช้มาตรการความเร็วบนท้องถนนใหม่นี้ จะมีการบังคับใช้ความเร็วพื้นฐานในบางช่องจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ โดยแบ่งเป็นช่องซ้ายสุดสำหรับยานพาหนะที่ขับช้าเช่นรถบรรทุกและรถยนต์ทั่วไป ส่วนช่องจราจรถัดมา คือ ช่องที่บังคับใช้ความเร็วปานกลางรวมถึงเป็นช่องจราจรที่ให้รถขับช้าไว้แซงกัน ส่วน 2 ช่องจราจรด้านขวาสุดนั้นจะกำหนดความเร็วในการขับขี่ห้ามต่ำกว่า 80 กม. และห้ามเกิน 120 กม. หรือความเร็วระหว่าง 80-120 กม. เท่านั้น

อย่างไรก็ตามจะตามผู้ขับขี่ที่ไม่ปฏิบัติตามความเร็วที่กำหนดใน 2 ช่องจราจรขวาสุดนั้นจะต้องมีโทษตักเตือนไปจนถึงโทษปรับตามกฎหมายหากมีการทำผิดซ้ำซ้อน เป็นการลดปริมาณรถขับช้าที่ชอบแช่ช่องจราจรขวาสุดอีกด้วย

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า มาตรการดังกล่าว กระทรวงคมนาคมมองว่าสามารถใช้ได้กับถนนทั่วประเทศที่มีช่องจราจร 4 เลนส์ โดยครอบคลุมเฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น ส่วนด้านรถบรรทุกและรถโดยสารสาธารณะยังบังคับใช้กฎหมายความเร็วเท่าเดิมคือ 80-90 กม. ให้สอดคล้องกับมาตรการ GPS ตรวจจับความเร็วของกรมการขนส่งทางบก

นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมจะสั่งการให้เตรียมความพร้อมถนน 4 ช่องจราจรทั่วประเทศ โดยเฉพาะการจัดทําทางเลี่ยงหรือช่องรอเลี้ยวบริเวณทางแยกและจุดกลับรถ (Pocket Lane)เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุในกรณีรถขับช้าช่องทางซ้ายจะต้องกลับรถ ซึ่งต้องขับชิดขวา ควบคู่ไปกับการเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัยบนท้องถนน อาทิ เนินชะลอความเร็วขนาดเล็ก(Rumble Strip)และ เครื่องหมายลดความเร็ว (Optical Speed Bar : OSB) เป็นต้น

ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษานโยบายเพิ่มอัตราความเร็วรถทุกประเภทบนถนน 4 ช่องทางจราจรขึ้นไปให้ใช้อัตราความเร็วได้ไม่เกิน 120 กม.ต่อชม. จากเดิมไม่เกิน 90 กม.ต่อชม. โดยอาจจะพิจารณาใช้กับเส้นทางที่มีระบบความปลอดภัย เส้นทางที่เป็นสายหลัก และมีทางคู่ขนานก่อน เช่น เส้นทางพระราม 2 และถนนบางนา-ตราด ซึ่งปัจจุบันจุดกลับรถเป็นสะพานกลับรถทั้งหมด มีความปลอดภัยสามารถควบคุมการเข้า-ออกของรถได้ รวมทั้งสายบางปะอิน-นครสวรรค์ และ สายบางปะอิน-นครราชสีมา

ส่วนเส้นทางถนน 4 ช่องอื่นๆ ต้องพิจารณากายภาพถนนประกอบด้วย เช่น ปริมาณรถ สภาพถนน สภาพสิ่งแวดล้อมถนนเส้นดังกล่าว มีทางเชื่อม ทางร่วม และทางแยก ทั้งนี้ยืนยันว่าการเพิ่มใช้ความเร็วรถ 120 กม.ต่อชม. อาจจะประกาศใช้เป็นบางเส้นทางเท่านั้น ไม่ได้บังคับใช้กับถนน 4 ช่องทุกเส้นทางทั่วประเทศ

ขณะเดียวกันหากเส้นทางที่ใช้ความเร็วรถ 120 กม.ต่อชม. ได้นั้นจะต้องติดตั้งระบบความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วย อาทิ ป้ายเตือน ป้ายจราจร ทางร่วม และทางแยก ซึ่งบางครั้งอาจต้องกำหนดปิดจุดกลับรถเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามนโยบายการเพิ่มความเร็วรถคาด ภายใน 1 เดือน จะสามารถเสนอแนวทางดำเนินการให้กับกระทรวงคมนาคมได้ เพราะเรื่องนี้ได้หารือกับตำรวจมาพอสมควรแล้ว ซึ่งระบุว่ามีความเป็นไปได้ ข้อกำหนดของถนนแต่เส้นทางที่จะมีความพร้อมดำเนินการ และต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อให้ตำรวจออกกฎหมายและบังคับใช้ต่อไป เพราะปัจจุบันการใช้ความเร็วรถอยู่ภายใน พ.ร.บ.จราจรทางบกที่มีความสำคัญ