ช่วยเหลือได้แล้วนักธุรกิจค้าสัตว์ไทยถูกจับเรียกค่าไถ่ในสปป.ลาว

วันที่ 30 ก.ค. 2562 เวลา 22:06 น.
ช่วยเหลือได้แล้วนักธุรกิจค้าสัตว์ไทยถูกจับเรียกค่าไถ่ในสปป.ลาว
ผบ.ตร.สั่งการให้ตม.เร่งประสานทางการสปป.ลาวตามหาตัวนักธุรกิจไทยที่ถูกจับเรียกค่าไถ่กระทั่งได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ตามที่ ด่าน ตม.เชียงแสน ได้รับการประสานจาก สภ.เชียงแสน กรณี น.ส. รสริน วงค์ใหญ่ บุตรสาวของนาย สิงห์แก้ว วงค์ใหญ่ นักธุรกิจ ค้าสัตว์ ระหว่างประเทศไทย สปป.ลาว ให้ประสานกับทางการประเทศ สปป.ลาว เพื่อขอให้ช่วยเหลือ เนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 62 เวลาประมาณ 12.20 น นายสิงห์แก้ว ได้เดินทางไปยัง สปป.ลาว เพื่อเจรจาธุรกิจกับหุ้นส่วนที่จะร่วมกันสร้างโรงฆ่าสัตว์ใน สปป.ลาว โดยข้ามแดนทางเรือ ไปขึ้นที่ท่าเรือ คิงส์โรมัน

จากนั้น มีนายสวาท สัญชาติลาว นำรถมารับนายสิงห์แก้ว เพื่อพาไปพบ นายจุ๋ม และจะพาไปพบกับนักธุรกิจจากจีน (สิบสองปันนา) แต่ระหว่างเดินทางได้มีชาวจีน ขับรถปาดหน้า ชิงเอาตัวนายสิงห์แก้วไป แล้วต่อมามีการส่งคลิปวีดีโอ ผ่านโทรศัพท์นายสิงห์แก้ว มาให้ น.ส. รสริน ซึ่งเป็นภรรยา เพื่อให้โอนเงินไปให้ 5 ล้านบาท พร้อมบอกหมายเลขบัญชีคนไทยที่ไปทำธุรกิจที่คิงส์โรมัน โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวไปแล้วบางส่วน จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว จึงได้สั่งการให้ สตม.จัดทีมสืบสวน ทั้งจากส่วนกลาง และในพื้นที่ ให้เข้าร่วมให้การช่วยเหลือตัวประกันอย่างเร่งด่วน โดยให้มีการประสานการปฏิบัติและบูรณาการกำลังจากทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้ง ตำรวจภูธรภาค 5 /ภ.จว.เชียงราย /ตชด. /ผวจ.เชียงราย / นายอำเภอเชียงแสน ฝ่ายปกครองในพื้นที่ /ฝ่ายทหารทั้งในส่วนของ ผบ.นรข./ ทหารพราน และ ตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการปราบปราม /บช.ปส. โดยให้ประสานกับทางการ สปป. ลาว อย่างใกล้ชิด

หลังจากได้รับคำสั่ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ. ณัชธกฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม. เชียงแสน จัดกำลังฝ่ายสืบสวนเข้าไปประสานกับทางการ สปป. ลาว โดยมี น.อ.วุฒิชัย ภู่เจริญยศ ผบ.นรข., พ.ต.อ. รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม ผกก.ช่วยราชการ สตม. , นายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน และ นายสันติ อินทนิล ปลัดอำเภอเชียงแสน ข้ามไปประสานการปฏิบัติกับทางการ สปป.ลาว ให้ช่วยทำการช่วยเหลือหาตัวนายสิงห์แก้วอย่างเร่งด่วน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ก.ค. คณะประสานงานร่วมได้พาภรรยา บุตรสาว บุตรชาย นายสิงห์แก้ว ข้ามไปยัง สปป.ลาว เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดทางธุรกิจและมูลเหตุที่อาจเป็นชนวนให้ถูกอุ้มไปเรียกค่าไถ่ ขณะเดียวกันทางการ สปป.ลาว ได้เรียกตัวนายสวาท นายจุ๋ม หุ้นส่วนบริษัทของนายสิงห์แก้ว ที่จะร่วมลงทุนสร้างโรงฆ่าสัตว์ใน สปป.ลาว มาทำการสอบสวนขยายผล

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รรท.รอง ผบช สตม , พล.ต.ต พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก ตม 5 , พล.ต.ต. จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป, พล.ต.ต.ยุทธชัย พวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พ.ต.อ.แมน แม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป พร้อมคณะได้นัดประชุมติดตามความคืบหน้าการให้การช่วยเหลือนายสิงห์แก้ว ที่ด่าน ตม.เชียงแสนในวันเดียวกัน

จากการติดตามสถานการณ์ ได้รับรายงานว่า นายสิงห์แก้ว ได้รับการช่วยเหลือ จากทางการ สปป.ลาวปลอดภัยแล้ว โดยภรรยา บุตรสาว บุตรชาย ได้พบกับนายสิงห์แก้ว เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวน ขยายผลของ ทางการ สปป.ลาว ซึ่ง ฝ่ายไทยกำลังประสานทางการ สปป.ลาว เพื่อขอให้ส่งตัวนายสิงห์แก้ว กลับมารับการรักษาตัวในประเทศไทย และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ทั้งนี้ การให้การติดตามช่วยเหลือนายสิงห์แก้ว จนปลอดภัย ในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมืออันดีของทั้งสองประเทศ ด้วยความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และทุกส่วนราชการได้ทำงานบูรณาการกันอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ทำงานร่วมกันและบูรณาการกันอย่างแท้จริง