กสถ.แจงการสอบบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่งโปร่งใสทุกขั้นตอน

  • วันที่ 16 ก.ค. 2562 เวลา 18:24 น.

กสถ.แจงการสอบบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการท้องถิ่งโปร่งใสทุกขั้นตอน

กสถ.ชี้แจงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2562 โปร่งใสทุกขั้นตอนตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.นายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร ประธานกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้ดำเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2562 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา จากการติดตามการสอบยังไม่ปรากฏว่ามีการทุจริตหรือมีข้อสอบรั่วแต่อย่างไร แต่มีปรากฏข่าวเกี่ยวกับข้อผิดพลาดและคลาดเคลื่อนในบางประเด็น ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง และผดุงไว้ซึ่งความสุจริต และเที่ยงธรรม ตลอดจนเกียรติภูมิของผู้เข้าสอบ และผู้ที่สอบผ่านในการสอบครั้งนี้ จึงขอชี้แจงเกี่ยวกับข้อผิดพลาดและคลาดเคลื่อนในบางประเด็น

ทั้งนี้ ประเด็นที่เกี่ยวกับข้อความที่มีความคลาดเคลื่อน ในส่วนของ "ข้อแนะนำ" ซึ่งอยู่ที่ปกหน้าของแบบทดสอบนั้น ได้รับคำชี้แจงจากมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการสอบในครั้งนี้ว่า ข้อความดังกล่าว เป็นข้อความที่อยู่ในปกหน้าของแบบทดสอบ โดยเป็นการอธิบายวิธีการทำข้อสอบปรนัยให้ผู้เข้าสอบได้ทราบ ซึ่งข้อแนะนำดังกล่าวไม่ว่าหน่วยงานใดที่มีการจัดสอบแบบปรนัย ก็จะใช้ข้อความในลักษณะเดียวกัน ซึ่งไม่มีผลกระทบกับการทำแบบทดสอบหรือการตรวจให้คะแนนแต่อย่างไรโดยทางมหาวิทยาลัยได้มีการแจ้งไปยังสถานที่สอบต่างๆ ให้กรรมการคุมสอบแจ้งให้ผู้เข้าสอบได้ทราบและแก้ไขข้อความดังกล่าวให้ถูกต้องแล้ว

อย่างไรก็ตาม ทาง กสถ. ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เหตุที่เกิดความคาดเคลื่อนดังกล่าว เกิดขึ้นมาจากการจำกัดให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น ที่เข้าถึงข้อสอบได้ (เพื่อป้องกันการทุจริต) และเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อสอบและคำตอบให้ได้ 100% ดังนั้น การตรวจทานโดยเฉพาะในส่วนที่ไม่ใช่เนื้อหาข้อสอบ จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ ทั้งนี้ ข้อความที่คลาดเคลื่อนดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อเนื้อหาข้อสอบแต่อย่างใด

สำหรับ ประเด็นของมาตรฐานหรือเนื้อหาของข้อสอบ ที่มีข่าวว่า "มีการใช้หรือคัดลอกจากข้อสอบเก่าของหน่วยงานอื่น" นั้น ขอเรียนว่า ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น มีการกำหนดขอบเขตเนื้อหาวิชาเฉพาะเจาะจง ที่จะใช้เพื่อการทดสอบให้ได้บุคคลที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานใน อปท. เช่นในภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ได้มีการกำหนดให้สอบวิชาความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติราชการ ซึ่งเป็นการทดสอบความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับกฎหมายในการปฏิบัติราชการของ อปท. จำนวน 11 ฉบับ ซึ่งหน่วยงานอื่นไม่มีการสอบในวิชาดังกล่าว หรือการสอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) ก็จะกำหนดให้สอบในวิชาที่มีความจำเป็นสำหรับการทำงานใน อปท. ในตำแหน่งนั้น เพราะฉะนั้นวิชาต่างๆ ส่วนใหญ่จึงเป็นระเบียบกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหน่วยงานอื่นก็ไม่มี

สำหรับ การออกข้อสอบ ได้มีการกำหนดคุณสมบัติของกรรมการออกข้อสอบ โดยต้องเป็นคณาจารย์ที่มีคุณวุฒิ ประสบการณ์การเรียนการสอน ที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่จะออกข้อสอบและไม่เป็นติวเตอร์ (ผู้สอนพิเศษ) หรือผู้จัดทำเอกสารหรือคู่มือเตรียมสอบที่เกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการ ซึ่งคณบดีที่รับผิดชอบในศาสตร์สาขานั้นๆ เป็นผู้กลั่นกรองและคัดเลือก โดยต้องแจ้งรายชื่อคณาอาจารย์ที่เป็นกรรมการออกข้อสอบดังกล่าวเพื่อตรวจสอบด้วย และได้กำหนดให้ต้องกระทำ ณ สถานที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยแต่ละวิชาต้องให้คณาจารย์ในศาสตร์สาขานั้นอย่างน้อย 3 คน เป็นผู้ออกข้อสอบโดยการเขียนด้วยลายมือของผู้ออกข้อสอบไม่ให้พิมพ์ (เพื่อป้องกันการ copy) และต้องออกข้อสอบจำนวนอย่างน้อย 5 เท่าของจำนวนข้อสอบ

นายอัษฎางค์ กล่าวว่า ในการจัดทำแบบทดสอบ กำหนดให้ต้องมีคุณลักษณะที่ดีตามหลักการวัดผล ได้แก่ มีความเที่ยงตรง (Validity) มีความน่าเชื่อถือ (Reliability) มีความยากง่ายพอเหมาะ (Difficulty) มีอำนาจจำแนก (Discrimination) มีความยุติธรรม (Fairness) และมีความเป็นปรนัย (Objectivity) ส่วนการคัดเลือกข้อสอบ ก็ได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยฯ ต้องตั้งคณะกรรมการคัดเลือกข้อสอบ ประกอบด้วยคณาจารย์ที่มีคุณวุฒิ ประสบการณ์การเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับวิชาที่จะใช้เป็นข้อสอบ และต้องมีความเชี่ยวชาญด้านการวัดผลการศึกษา แต่ต้องไม่ใช่ผู้ออกข้อสอบซึ่งคณบดีที่รับผิดชอบในศาสตร์สาขานั้นๆ เป็นผู้กลั่นกรองและคัดเลือก โดยต้องได้มาตรฐานตามหลักวิชาการเพื่อข้อสอบที่ได้รับการคัดเลือกจากกรรมการคัดเลือกข้อสอบมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ขณะที่ ประเด็นเกี่ยวกับงบประมาณในการสอบแข่งขัน ใช้จากเงินค่าธรรมเนียมการสมัครสอบในอัตราคนละ 300 บาท (ไม่มีการตั้งงบประมาณจากส่วนราชการสนับสนุนหรืออุดหนุน) ซึ่งเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการสอบ ขั้นตอนการดำเนินการสอบภาค ก สอบภาค ข สอบภาค ค จนถึงขั้นตอนการบรรจุผู้สอบแข่งขันได้เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และการใช้จ่ายต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กฎหมาย ระเบียบและหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง และใช้จ่ายได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินการสอบแข่งขันเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณนั้น จะถูกตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ เช่นเดียวกับการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการอื่นหรือ อปท. เช่น กรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่วนงบประมาณที่เหลือจากการใช้จ่ายในการสอบแข่งขันทั้งหมดจะต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยที่ผ่านมาได้มีการนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท

นายอัษฎางค์ กล่าวย้ำว่า ทางคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ต้องขอเรียนย้ำว่า ได้ใช้ความพยายามและความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้การสอบเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ได้คนดี มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม อย่างแท้จริงมาปฏิบัติงานใน อปท. จึงขอให้เชื่อมั่นในกระบวนการสอบที่ผ่านมา และหากมีเบาะแสหรือพบเห็นพฤติการณ์การทุจริต ขอให้แจ้งคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) หรือสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดได้ทุกจังหวัด

ข่าวอื่นๆ