ร้องดีเอสไอสอบนักเรียนช่างทอ.รุ่นพี่หลอกลงทุนส่งออกเหล้า-เบียร์

  • วันที่ 15 ก.ค. 2562 เวลา 14:44 น.

ร้องดีเอสไอสอบนักเรียนช่างทอ.รุ่นพี่หลอกลงทุนส่งออกเหล้า-เบียร์

กลุ่มนายช่างทหารอากาศร้องดีเอสไอสอบอดีตนักเรียนช่างรุ่นพี่ทอ.หลอกร่วมทุนส่งออกเหล้า-เบียร์ขายต่างประเทศ หลงเชื่อแห่กู้เงินสวัสดิการ เสียหายรายละ 2แสน-1ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 ก.ค.62 กลุ่มนายช่างทหารอากาศ รวมตัวเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอ หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนเป็นเอเย่นต์จัดจำหน่ายสุราและเบียร์ในพื้นที่ภาคอีสานเพื่อส่งขายในต่างประเทศ เสียหายกว่า 100 ล้านบาท

ตัวแทนผู้เสียหาย จำนวน 40 คน ซึ่งปัจจุบันเป็นนายช่างทหารอากาศ ตำรวจ ทหารบก และนายช่างการบินไทย เปิดเผยว่า ขณะอบรมหลักสูตรทหารช่างในช่วงใกล้ในปี 2560 ก่อนจบภาคการศึกษาทางภาคหลักสูตรได้มีการเชิญวิทยากรรุ่นพี่ยศ "จ.ต." ซึ่งเคยเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนที่พวกตนเรียนอยู่ มาบรรยายในหัวข้อ "ทำธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ"

โดยวิทยากรได้ชักชวนให้นักเรียนร่วมลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายเหล้าและเบียร์ไปขายในต่างประเทศ โดยระบุว่ามีโกดังเก็บอยู่ที่จ.อุบลราชธานี ซึ่งจะมีการจ่ายเงินปันผล 4% ทุกๆวันที่ 10 ของเดือน พร้อมนำภาพการไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ภาพการก่อสร้างโกดังเก็บสินค้า และขับรถยนต์หรูมาสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ร่วมลงทุน ทำให้กลุ่มนักเรียนช่างเกือบ 200 คน หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนตั้งแต่ 2 แสนบาท จนถึง 10 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท โดยตนได้กู้เงินสวัสดิการมาลงทุนจำนวน 2 แสนบาท แต่ได้เงินปันผลคืนเพียง 2 งวดเป็นจำนวนเงิน 16,000 บาท

ผู้เสียหายระบุว่า ช่วงแรก จ.ต.ได้จ่ายเงินปันผลตรงเวลา จนกระทั่งเดือนก.พ. ที่ผ่านมาได้เริ่มผัดผ่อนขอค้างจ่ายเงินปันผล โดยอ้างว่าต้องนำเงินไปสต๊อกสินค้า โดยกลุ่มผู้เสียหายพยายามติดต่อทวงถามจนกระทั่งในเดือนเม.ย.ไม่มีใครสามารถติดต่อรุ่นพี่คนนี้ได้อีก ตามไปถึงบ้านแต่พบเพียงมารดาของรุ่นพี่ ซึ่งไม่ทราบเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้ไปแจ้งความในท้องที่เกิดเหตุ แต่พบว่ามีผู้เสียหายถูกหลอกลวงกระจายในหลายจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทหาร ตำรวจ และข้าราชการ พนักงานการบินไทย จึงรวมตัวกันมาร้องทุกข์ ที่กองปราบปราม และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แต่ที่ผ่านมาคดียังไม่คืบหน้าจึงมายื่นเรื่องที่ดีเอสไออีกครั้ง

ขณะที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ได้ขอให้กลุ่มผู้เสียหายทั้งหมดไปแจ้งความในพื้นที่เกิดเหตุและขอให้นำไปแจ้งความจากพนักงานสอบสวนมาแนบเป็นหลักฐานในภายหลัง

อย่างไรก็ตามเนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้มีเป็นจำนวนมาก จึงขอให้แต่ละรายนำเอกสารหลักฐานและรายละเอียดการลงทุนมาเขียนคำร้องไว้ก่อน หลังจากนี้จะเรียกสอบปากคำเป็นรายบุคคลต่อไป ส่วนการจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้นจะต้องใช้เวลาในการพิจารณารายละเอียดของคดีและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวอื่นๆ