สสส.ชี้รณรงค์ชวนคนไทยงดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่อง 16 ปีพบดื่มลดลง

  • วันที่ 11 ก.ค. 2562 เวลา 18:55 น.

สสส.ชี้รณรงค์ชวนคนไทยงดเหล้าเข้าพรรษาต่อเนื่อง 16 ปีพบดื่มลดลง

สสส.-สคล. ชวนคนไทยงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2562 ภายใต้แคมเปญ “ตับจะกลับมาดี พรรษานี้เริ่มงดเหล้า” ชี้รณรงค์ต่อเนื่อง 16 ปี แนวโน้มคนไทยดื่มลดลง ซื้อเหล้าดื่มลดลง เฉพาะเข้าพรรษา 3 เดือนประหยัดค่าซื้อเหล้าได้กว่าหมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และวัดยานนาวา ร่วมแถลงข่าวงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2562 “ตับจะกลับมาดี พรรษานี้เริ่มงดเหล้า”โดยมี พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ได้ให้คติธรรมเรื่องบาป 5 อย่าง เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้งดเหล้าครบพรรษา พร้อมเชิญชวนให้ญาติโยมงดดื่มเหล้าให้ครบ 3 เดือน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และผลบุญนี้จะช่วยให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาว ที่ หอประชุมชั้น 3 อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ วัดยานนาวา

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วงปี2544 – 2560 พบคนไทยมีแนวโน้มการดื่มลดลงจากร้อยละ 32.7 ในปี 2544 เหลือ ร้อยละ 28.4 ในปี 2560 คือ มีคนไทย 15.9 ล้านคนที่ยังดื่มอยู่ และจากข้อมูลการสำรวจภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยโดยวิธีการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ปี2557 มีผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายลดลงเหลือร้อยละ 3.4 ลดจากปี 2547 ที่อยู่ที่ ร้อยละ 9.1 ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการดื่มของคนไทยโดยรวมลดลง สอดคล้องกับข้อมูลค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ลดลงเหลือ 142,230 ล้านบาท ในปี 2560 จาก 151,607 ล้านบาท ในปี 2548

ทั้งนี้ สสส.และสคล. ริเริ่มโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาตั้งแต่ปี 2546 และทำต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 16 การดำเนินงานที่ผ่านถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีประชาชนเข้าร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจากการประเมินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2561โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) พบว่า ร้อยละ 30.4 สามารถงดได้ตลอดเทศกาลเข้าพรรษาและจะงดต่อไปจนออกพรรษา หรือประมาณ 6.9 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม จากผลการสำรวจค่าใช้จ่ายในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า มีค่าใช้จ่ายในการดื่มโดยเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 325 บาท หากผู้ดื่มสามารถงดเหล้าได้ตลอด 3 เดือน จะประหยัดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนเฉลี่ยรายละ 1,820 บาท โดยประมาณการจำนวนเงินรวมที่ประเทศจะประหยัดได้มีมูลค่าถึง 10,724 ล้านบาท

นอกจากนี้ จากการประเมินผลจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากทุกสาเหตุและการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์พบว่า ในเดือนที่มีการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากทุกสาเหตุลงร้อยละ 9 และการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ลดลง ร้อยละ 25 และยังส่งผลให้การดื่มลดลง ร้อยละ 10 อีกด้วย

ภก.สงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานในปี 2561 ทำให้เกิดเครือข่าย “นายอำเภอนักรณรงค์ชวนงดเหล้า” 157 คน ครอบคลุม 69 จังหวัด ส่งผลให้การทำงานในชุมชนเป็นรูปธรรมมากขึ้น ได้แก่ 1.มีการจัดงานศพและงานประเพณีปลอดเหล้า 430 แห่ง 2.มีชุมชนร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา 1,546 แห่ง 3.มีคนลงนามบวชใจงดเหล้าเข้าพรรษา 24,376 คน และ4.มีการมอบประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติคนงดเหล้าครบพรรษาคน 19,501 คนจนกลายเป็นคนหัวใจหิน และที่เลิกดื่มต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป 3,222 คน กลายเป็นคนหัวใจเพชร

“จากกิจกรรมดังกล่าวทำให้เกิดการต่อยอดโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2562 ภายใต้แนวคิด “คนหัวใจเพชร สร้างคนหัวใจหิน” คนหัวใจเพชร ที่เลิกดื่มได้ต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป เป็นกำลังสำคัญคนเหล่านี้มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงคือ ครอบครัวมีความอบอุ่นขึ้น มีเงินเหลือมากขึ้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในครัวเรือนลดลง และเป็นบุคคลต้นแบบ เป็นเพื่อนช่วยเพื่อน คอยให้กำลังใจผู้ที่มีความตั้งใจเลิกเหล้าในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา สสส.และ สคล. จึงขอเชิญชวน ลด ละ เลิกการดื่ม และขอให้กำลังใจคนที่งดได้แล้วอย่าง “คนหัวใจเพชร” เชิญชวนคนดื่มเหล้ามางดเหล้าเข้าพรรษา ร่วมเป็น “คนหัวใจหิน”มามีความสุขกับครอบครัว และชุมชนร่วมกัน” ภก.สงกรานต์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ