จากแต่ตัว หัวใจยังอยู่ “จ่าแซม” วีรบุรุษถ้ำหลวง : 1 ปี ฮีโร่โลกไม่ลืม

  • วันที่ 07 ก.ค. 2562 เวลา 13:48 น.

จากแต่ตัว หัวใจยังอยู่ “จ่าแซม” วีรบุรุษถ้ำหลวง : 1 ปี ฮีโร่โลกไม่ลืม

ย้อนเรื่องราวการจากไปของวีรุบุรุษที่ยังคงอยู่ในใจคนไทยทั้งชาติ “จ่าแซม-สมาน กุนัน” ฮีโร่ถ้ำหลวง 1 ปีที่ล่วงลับ แต่เจตนารมณ์ของเขายังคงถูกสานต่อโดยภรรยาคู่ชีวิต

*******************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

เหตุการณ์ช่วยเหลือ 13 ชีวิต โค้ชและนักแตะทีมหมูป่าอะคาเดมี่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย “จ่าแซม” หรือ “จ่าเอกสมาน กุนัน” ฮีโร่ที่สละชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจในการให้ความช่วยเหลือได้กลายมาเป็นบันทึกหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์คนไทย

จากวันที่ 6 ก.ค. 2561 จนถึงวันนี้ 6 ก.ค. 2562 ครบรอบ 1 ปี แม้ชีวิตจะล่วงลับไป แต่เจตนารมณ์อาสาทำดีของจ่าแซมนั้น ใครต่อใครต่างพึ่งระลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้า และนำมาสานต่อ ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

“ถึงวันนี้พี่เขาจะไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่พี่เขาทำไว้ยังคงเหมือนเดิม เหมือนตอนที่เขายังอยู่” เหมียว วลีพร กุนัน กล่าวถึงสามีผู้ล่วงลับและวีรบุรุษผู้หาญกล้าในวันนี้…

คงอยู่ ‘ในใจ’ แม้ตัวไกลจากกัน

“คือไม่ใช่ว่าเวลาไม่ช่วยไม่ใช่ มันก็ช่วย แต่ความคิดของเรา เราไม่เคยเอาเขาออกไปจากใจ ยังอยู่ด้วยกันทุกวัน ทำทุกอย่างเหมือนเราอยู่ด้วยกัน คุยกัน มันเพียงแค่ว่าเขาตอบเราไม่ได้เฉยๆ แต่มีอะไรเราก็พูดให้เขาฟังเหมือนเดิม” วลีพรเปิดความรู้สึกที่ยังคงอยู่ตลอดระยะเวลา 365 วัน นับตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 การจากไปหลังจากรับภารกิจลำเลียงขวดอากาศหายใจช่วยเหลือน้องๆ 13 คน

“คงจะแบบเดียวกันกับทุกคน เพราะว่าพี่เขาเป็นคนที่จิตกุศล ใจบุญชอบช่วยเหลือคนอื่นๆ พี่แซมเขาเป็นนักกิจกรรม เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ในกลุ่มปั่นจักรยานก็ดี กลุ่มวิ่งก็ดี กลุ่มหน่วยซีลจะรู้ตรงนี้ดี พี่เขาไปทุกงานถ้าประสานมา เป็นคนที่จะอาสาคนแรกในเรื่องช่วยเหลือไม่ว่าเรื่องอะไร พอถึงวันที่ครบรอบก็รู้สึกเศร้ากับการจากไปของพี่เขา นึกถึงวันนั้นวันที่ทางพี่ๆ ที่ไปกับพี่แซมเขาโทรมาแจ้ง เป็นเรื่องที่ช็อคแล้วก็บอกกับตัวเองว่าไม่ใช่”

“แต่มันก็เป็นเรื่องจริง” ยอดดวงใจวีรุบุรุษเอ่ยคำที่บอกกับตัวเอง ในวันนั้นที่น้ำตาปฏิเสธความคิดไหลอาบสองแก้มไม่หยุดท่ามกลางเรื่องราวการพบรักกันที่ไหน? เริ่มต้นเป็นแฟนกันอย่างไร? ไล่เรียงมาเป็นฉากๆ ตลอดที่รู้จักกัน 6 ปี และอีก 9 ปีกับการใช้ชีวิตคู่รักแต่งงาน

“เดินเล่นที่สวนสาธารณะกับเพื่อนเพื่อจะไปบริจาคเลือด แต่ว่าวันนั้นเป็นวันที่ 1 สภากาชาดเขาออกไปเคลื่อนที่หน่วย เราเลยไม่ได้บริจาค ก็พากันไปนั่งเล่น แล้วพี่แซมเขาซ่อมร่างกายเข้าหน่วยที่นั้นเหมือนกัน ก็ไปปะกันที่ร้านค้า เขาก็จีบเราด้วยการบอกว่าไปส่งหน่อยเพราะว่าเขาไม่ได้สวมรองเท้ามาแล้วเวลามันเป็นตอนเที่ยง มันร้อนเท้าเขา ตอนแรกเราก็บอกว่าไม่ไป แต่พี่เขาบิดกุญแจมอเตอร์ไซค์บอกกับเราว่าถ้าให้เบอร์แล้วจะให้คืน เราก็เขียนเบอร์ส่งให้ และเขาก็ให้กุญแจคืน”

ภรรยาจ่าแซมบอกความเป็นคนที่ตรงไปตรงมาขอสามีซึ่งแม้จะไม่โรแมนติกเป็นชายที่ถือดอกไม้ช่องามเซอร์ไพรส์อย่างเช่นในจังหวะที่ขอเป็นแฟนก็เผยไต๋แค่บอก “มีอะไรจะคุยด้วย” ประโยคสั้นๆ ก่อนพาไปทานอาหารและสารภาพความในใจ แต่ความน่ารักในการเทคแคร์ดูแลและความเสมอต้นเสมอปลายก็ทำให้ดอกรักของทั้งคู่เติบใหญ่แข็งแรง

“เพราะเขาเป็นตรงและเสมอต้นเสมอปลายในทุกๆ เรื่อง อย่างเรื่องการช่วยเหลือเราก็เคยถามเขาว่าทำไมเขาถึงชอบที่จะช่วยเหลือ ชอบที่จะอาสาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่คนในสังคม แต่พอเราไปกับเขาทุกๆ อาทิตย์ มันกลายเป็นคำตอบมันก็มาเองโดยไม่รู้ตัวว่าทำดีทำไมต้องมีคำถาม ถ้าคิดว่าดีก็ทำ

“ทีนี้จากที่แอบคิดค้านเขาที่ไม่ได้อยู่กับเราออกไปเป็นจิตอาสา เราก็เข้าใจเขาและเข้าใจคนที่รักเขา ทุกวันนี้เวลาใครพบเจอเราก็จะทักและให้กำลังใจ ยิ่งถ้าไปจังหวัดเขียงราย จังหวัดร้อยเอ็ดบ้านเกิดพี่เขาจะมีเข้ามาตลอด ไม่มีใครลืมพี่เขา”

‘ฮีโร่’ โลกไม่รู้ลืม

อย่างที่ภรรยาบอกถึงคุณงามความดีของสามีวีรุบุรุษผู้ล่วงลับ ‘จ่าแซม’ นอกจากจะถูกกล่าวและพึ่งระลึกถึงเสมอมาไม่แปรเปลี่ยน ค่าของการกระทำโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วยหัวใจจิตอาสาเนื้อแท้ยังคงส่งต่อถึงคนอื่นๆ แม้ในวันที่ร่างกายดับสลาย ซึ่งนั้นส่งให้ชื่อจ่าแซมยังคงถูกเอ่ยถึงเสมอ

“บางคนก็บอกว่าพี่เขาคือแรงบันดาลใจให้มาเป็นจิตอาสาทำดีในวันนี้ หรืออย่างพี่ๆ น้องๆ เขาเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา หน่วยซีลที่พี่แซมปลดประจำการก็ทำกิจกรรมร่วมสร้างโรงอาหารของโรงเรียนเก่าที่บ้านพี่แซมที่ทุกๆ ปี พี่เขาจะนำผ้าป่ามาลงสร้างให้น้องๆ และก็มีกลุ่มอื่นๆ ของเพื่อนพี่เขาที่เขาไปทำกิจกรรมก็ร่วมช่วยกันทำต่อแบบที่เรารู้บ้างไม่รู้บ้าง”

วลีพร บอกว่านอกจากคนไทยยังคงไม่ลืมฮีโร่ถ้ำหลวง หน่วยงานต่างๆ ก็ไม่ได้ละทิ้งจ่าแซมเช่นเดียวกัน อย่างในออฟฟิศหน่วยฝ่ายรักษาความปลอดภัยรูปจ่าแซมได้ถูกติดตั้งไว้ตลอดรายทางตั้งแต่ 1.บริเวณด้านทางเข้าสำนักงาน 2.หน้าห้องของแผนกหน่วยงาน 3.บรรดาโต๊ะทำงาน

“คือแม้ว่าเราจะเงียบไปเพราะต้องการให้ชีวิตเป็นปรกติใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะส่วนตัวเราก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาปฏิบัติดีกับเราเพราะเราเป็นภรรยาฮีโร่ของเขา เราอยากให้ปฏิบัติตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไป แต่เราก็รู้สึกดีใจเขาชื่นชมแฟนเรา รักแฟนเรา เราก็รู้สึกสดชื่นขึ้น จากที่เหนื่อยๆ เวลาเราทำอะไรบางอย่าง แต่พอได้ยินแบบนี้ก็ทำให้เรามีกำลังใจใช้ชีวิตและทำดีที่เราได้รับจากเขามาต่อๆ กันไป อย่างการที่พวกเราไปช่วยโรงเรียนต่างๆ ที่เขาขอความช่วยเหลือ”

วลีพร กุนัน ปัจจุบันถูกบรรจุเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ส่วนบุคคลการบริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)  และกำลังศึกษาในระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งเป็นทุนของผู้ใหญ่ใจดีมอบโอกาสให้คนเบื้องหลัง ขณะที่ทางด้านคุณพ่อและคุณแม่ของจ่าแซมทางเจ้าหน้าที่ข้าราชการจังหวัดได้จัดทำอนุสาวรีย์บริเวณอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้าน ใน ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ให้ได้กล่าวสืบทอดต่อไปรุ่นสู่รุ่น

“ก็ขอขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่รักและยกย่องพี่เขา ขอบคุณหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือเราเป็นอย่างดี เราเองก็ได้โอกาสที่จะเพิ่มความรู้และทำงานในอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้เราก็ปฏิบัติหน้าที่เราให้เต็มที่ ส่วนทางด้านคุณพ่อกับคุณแม่พี่แซมท่านก็สุขสบายดี  เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ ตื่นเช้าท่านจะตักบาตรทำบุญ เสร็จแล้วพ่อก็จะไปที่อนุสาวรีย์เพื่อรดน้ำและจัดต้นไม้ให้สวยงามตอนเย็น ก็เสมือนมีตัวแทนความสุข หากมีความจำเป็นอะไรทางหน่วยงานรัฐก็จะเข้ามาช่วยเหลือ เช่นวันครบรอบก็มาช่วยจัดงานทำบุญพี่แซม”

สานต่อมรดกความดี

“นอกจากหน่วยงานราชการมาช่วยทำบุญในวันครบรอบพี่แซม 1 ปี 6 ก.ค. 2562 นี้ เราและเพื่อนหน่วยซีลก็ได้มอบทุนการศึกษาน้องๆ ที่บ้านร่วมกับทางครอบครัวเป็นตัวแทนพี่แซม และก็คิดกันว่าจะทำกันต่อๆ ไป” หญิงสาวกล่าวถึงการสานต่อเจตนารมณ์ของจ่าแซม

เพราะก่อนหน้านั้นเราก็สะดุดเหมือนกัน มันเหมือนเราไม่มีคนนำเราแล้ว เราก็เลยต้องตั้งหลักใหม่ ไม่รู้จะไปทางไหน แต่เราก็คุยกับคุณแม่พี่แซมว่าพี่เขารักบ้านเกิด เราก็เริ่มกันทำเพื่อสานต่อ ก็เริ่มวันที่ครบรอบของพี่เขาเป็นจุดเริ่ม แต่ก็อาจจะยังไม่ดีเท่าพี่เขา แต่เราก็จะทำให้ดีที่สุด”

โดยโครงการกำลังตามมาในอีกภายหน้า เพราะในทุกครั้งในห้วงความทรงจำ จ่าแซมยังคงเป็นจ่าแซมของพี่ๆ น้องๆ ทุกๆ คนทั้งในสายงานและนอกสายงาน เช่นเดียวกันกับในฐานะคนรักและครอบครัว เห็นอยู่เสมอคือ ‘การคิดบวก มองโลกในแง่ดี ไม่ค่อยโกรธใคร ชอบช่วยคนอื่น’ ซึ่งแม้ว่าความดีที่ทำอาจจะไม่ดีเท่าวีรบุรุษถ้ำหลวง แต่นั้นจะสำคัญอะไรเมื่อความดีของคนๆ หนึ่งได้จุดประกายเดินหน้าต่อเพื่อสังคม

“เรารู้สึกว่าพี่แซมตัวจากไป แต่ใจก็ยังอยู่กับเรา  เราก็สานต่อสิ่งที่เขาเชื่อและทำ และถ้าเราถือพี่เขาเป็นแบบอย่างแนวทางแล้ว ก็อยากให้ทำต่อไป บางคนถามว่าทำดีเพื่ออะไร ทำดีแล้วได้อะไร การทำดีของเราไม่จำเป็นต้องหวังผลตอบแทน ทำไปเลย ทำแล้วเราสบายใจ พี่แซมชอบพูด “เขาสาบายที่ข้างในก็คือจบ” ถ้าเกิดพี่แซมยังอยู่ก็จะพูดแบบนี้

“แต่วันนี้เขาไม่อยู่แล้วเราก็ต้องร่วมกันช่วยพูดแทน เพราะมันซึมซับพอเราอยู่กับเขาเรากลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา เรื่องราวของเขาจะยังอยู่กับเราเสมอ”

ข่าวอื่นๆ