อยากเป็นนายร้อยต้องดูให้ดี!! วิธีเลือก "โรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหาร-ตำรวจ" ที่พ่อแม่ควรคำนึง

  • วันที่ 30 มิ.ย. 2562 เวลา 17:56 น.

อยากเป็นนายร้อยต้องดูให้ดี!! วิธีเลือก "โรงเรียนกวดวิชาเตรียมทหาร-ตำรวจ" ที่พ่อแม่ควรคำนึง

เช็คลิสต์โรงเรียนกวดวิชานายร้อยทหารและตำรวจที่ดี โดยนาวาอากาศโท “ภูเบศ โรจนกุล” เจ้าของสถาบันโรงเรียนกวดวิชาบ้านเตรียมทหาร

*****************

โดย...รัชพล ธนศุทธิกสุล

ข่าวนักเรียนโรงเรียนกวดวิชาทหารและตำรวจ ถูกติวเตอร์เจ้าของสถาบันกวดวิชาเถื่อนทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต กลายเป็นเรื่องตระหนักของหลายฝากฝ่ายและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ‘พ่อแม่’ ผู้ปกครองที่ประสงค์ให้บุตรหลานเป็น ‘นายร้อย’ ที่นอกจากต้องเฟ้นหาสถาบันกวดวิชาที่เก่งแล้วยังต้องปลอดภัยอีกด้วย

นอกจากสถาบันกวดวิชาต้องได้มาตรฐาน ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบการสังเกตที่ผู้ปกครองต้องนำมาพิจารณาด้วย

“นาวาอากาศโท ภูเบศ โรจนกุล” นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 41 นายเรือทหารรุ่นที่ 48 เจ้าของสถาบันกวดวิชา “บ้านเตรียมทหาร” ได้เปิดเผยกับโพสต์ทูเดย์ถึงเกร็ดการเลือกสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร-ตำรวจดังต่อไปนี้

ใบอนุญาตตั้งสถาบัน-การันตีความถูกต้องมีมาตรฐาน

ความสำคัญอันดับแรกของการพิจารณาเกณฑ์การเลือกสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารและตำรวจให้แก่บุตรหลานไม่ว่าอย่างไรก็ตามควรที่จะมี "ใบอนุญาต" ซึ่งออกโดยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป็นเครื่องการันตีการก้าวเข้าเป็นนักเรียนเตรียมที่จะได้รับความรู้เต็มที่และถูกต้อง       

“ใบอนุญาตมันก็เป็นเหมือนตัวหลักหนึ่งที่เราจะใช้ในการพิจารณาได้ ซึ่งลักษณะของใบอนุญาตโรงเรียนกวดวิชาทหารหรือตำรวจก็คล้ายๆ กับการขออนุญาตตั้งโรงเรียนกวดวิชาการ ดนตรี ศิลปะ เพราะการขอใบอนุญาตจะมีเกณฑ์กำหนดต่างๆ ที่ควบคุมและรัดกุมอันเป็นประโยชน์กับตัวผู้เรียนเอง เพื่อการันตีว่ามีมาตรฐานมาเรียนแล้วได้ตรงตามสิ่งที่ต้องการ”

การที่สถาบันกวดวิชามีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง นอกจากส่งผลต่อการการเรียนที่มีมาตรฐาน ในอีกมุมหนึ่งใบอนุญาตยังส่งประโยชน์ในแง่คุณภาพของสถาบันกวดวิชานั้นๆ เนื่องจากใบอนุญาตตามกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดการยื่นคำจะพิจารณาดู 1.หลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล 2.หลักเกณฑ์การคิดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น 3.ระเบียบการของโรงเรียน และ 4.จำนวนนักเรียน ขนาดพื้นที่ใช้สอยของโรงเรียน เหล่านี้ล้วนควบคุมเพื่อให้สถาบันกวดวิชามีคุณภาพและความปลอดภัย

“โดยเฉพาะโรงเรียนกวดวิชาทหารที่มีการเรียนแบบกินนอนพักที่สถาบัน การเข้าสู่ระบบ อะไรๆ มันก็จะเป็นไปตามระบบที่กระทรวงศึกษาธิการได้วางเอาไว้เป็นอย่างดีในการที่จะให้ผู้เรียนนั้นได้รับความรู้และพัฒนาความสามารถได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุด คือจริงอยู่ที่ว่าโรงเรียนกวดวิชาทหารหรือตำรวจมีมานานมากแล้วเกิน 30 ปี มีทั้งแบบถูกต้องหรือไม่ถูกต้องแต่ไม่เคยมีปัญหาเกิดขึ้นจนกระทั่งเคสปัจจุบัน แต่เรื่องของระบบการขอใบอนุญาตเรื่องตรงนี้มันก็เป็นระเบียบจุดหนึ่งที่เราจะช่วยในการพิจารณาได้เพื่อจะไม่ให้กรณีการสูญเสียขึ้นอีก อีกอย่างเราเป็นโรงเรียนสอนระเบียบมันก็ต้องทำให้ถูกระเบียบ”นาวาอากาศโท ภูเบศกล่าว

"ครูติว" ควรจบจากเหล่าทัพ 

นาวาอากาศโท ภูเบศ กล่าวอีกว่า ข้อสำคัญลำดับต่อมาที่ผู้ปกครองควรพิจารณาในการเลือกสถาบันกวดวิชาคือ ควรเลือก "คนวงใน" หรือ คนที่จบจากเหล่าทัพ เพราะนอกจากเป็นผู้รู้จริงในการเรียนการฝึกอย่างถูกต้องแล้ว ยังมีรูปแบบในการสอนที่เข้าใจในหลักจิตวิทยากับเด็ก ซึ่งช่วยในการสร้างแรงจูงใจให้เด็กมีระเบียบวินัยอย่างถูกต้อง

“การเข้าติวส่วนใหญ่ที่เปิดจะเป็นลักษณะของคนที่มีประสบการณ์เรียนจบในแต่ละเหล่าทัพ คนนอกจะไม่มีทางจะรู้ได้เลยว่าในโรงเรียนที่ต้องไปใช้ชีวิตมีลักษณะหรือรูปแบบยังไง ดังนั้นคนที่จะเป็นอาจารย์จึงควรเป็นอดีตนักเรียนที่จบจากเหล่าทัพต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมอย่างถูกต้องก่อนเข้าโรงเรียนจริงที่เข้มงวดกว่า และที่สำคัญคนที่มีประสบการณ์ฝึกจะทำให้เราทราบกันดีว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน ยิ่งเป็นวัยรุ่นการดูแลจะต้องเป็นแบบรายบุคคล ต้องใช้ทั้งจิตวิทยาเข้าช่วยให้เด็กมีทั้งความรู้ มีทั้งร่างกายที่แข็งแรงและมีทั้งระเบียบวินัยที่ดี”

นาวาอากาศโท ภูเบศ อธิบายว่า หลักการสอนต้องเริ่มจากเข้าใจความแตกต่างของเด็กบวกกับการรู้จริงในสิ่งที่ฝึกจะช่วยให้การฝึกสอนเป็นไปอย่างมีความสุขและทำให้เด็กเกิดความศรัทธา เด็กนักเรียนก็จะมีสมาธิ มีความกระตือรือร้น มีความมุ่งมั่นที่เกิดขึ้นจากตัวเอง

“เมื่อเราฝึกสอนเขาถูกจุด ต่อให้เขาสอบไม่ติดแต่เมื่อก้าวออกไปจากโรงเรียนแล้วเขาก็ยังเป็นคนที่มีระเบียบวินัย เป็นคนจิตใจเข้มแข็งอย่างลูกผู้ชายที่ดี”

"เด็กๆ ที่มาเรียนเป็นวัยรุ่น ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีการทำผิดกฎหรือระเบียบกันบ้าง แต่การลงโทษอย่างเรื่องของ การมาเข้าห้องเรียนสาย การไม่ตั้งใจฟังในห้องเรียน ฯลฯ หลักของสถาบันกวดวิชาที่ดี คือ การทำโทษจึงควรเป็นการสั่งทำอะไรก็ได้ให้เข้าทำแล้วเกิดประโยชน์แก่ร่างกายเขาพร้อมๆกับสร้างให้เขาเป็นคนที่มีระเบียบวินัย"เจ้าของสถาบันกวดวิชา บ้านเตรียมทหาร กล่าว

"การลงโทษที่เหมาะสมในหากนักเรียนกระทำผิด เช่น การวิดพื้น สก๊อตจั้ม กระโดดตบ ฯลฯ โดยมีจำนวนต่อโทษไม่เกิน 30-50 ครั้ง ขณะที่หากผิดกฎระเบียบรุนแรงอย่างการแหกกฎเหล็กอันได้แก่ ยาเสพติด ขโมยของ ทะเลาะวิวาท จะถูกไล่ออกจากสถาบันทันที"

"ส่วนใหญ่จะเป็นกันอย่างนี้ เราจะไม่ลงโทษเด็กด้วยการตี ความผิดของเด็กๆ ไม่ใช่เรื่องของการบังคับแต่คือหน้าที่สิ่งที่นักเรียนต้องทำ ดังนั้นวิจารณญาณของอาจารย์กวดวิชาทหารและตำรวจจะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงหรือสร้างอันตรายให้กับเด็ก การเป็นสถาบันกวดวิชาทหารหรือตำรวจเราถูกสอนถูกฝึกมา ให้มีระเบียบวินัย หน้าที่ดูแลปกป้อง สอนให้รักเคารพกันรุ่นพี่รุ่นน้อง สถาบันกวดวิชาเป็นเพียงการเสริมให้เขาพร้อมเมื่อไปในโรงเรียนนายร้อยจริงๆ เท่านั้น ฉะนั้นหน้าที่ของคนที่มีประสบการณ์จริงก็จะปฏิบัติต่ออนาคตรุ่นน้องไม่ต่างจากคนในครอบครัว สายตาที่มองพวกเขาต้องมองเป็นลูกเป็นหลาน ที่จะมุ่งเสริมส่งให้เขาสำเร็จในสิ่งที่เขาหวัง"

ผู้ปกครองต้องหมั่นสอบถาม  ไปดูสถานที่จริง

เจ้าของสถาบันกวดวิชา บ้านเตรียมทหาร กล่าวอีกว่า ผู้ปกครองต้องศึกษาข้อมูลรวมทั้งไปดูสถานที่จริง เพราะว่าบางสถาบันมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าติวนักเรียนสอบติดเยอะ แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น ผู้ปกครองอาจต้องไปหาข้อมูลในโซเชียลว่ามี คนให้ความเห็นกัยอย่างไร มีลูกศิษย์เข้ามาสื่อสารพูดคุยบ้างไหม เพราะอย่างที่บอกเรียนด้านนี้มีการนับกันเป็นรุ่น ก็ต้องมีการติดต่อสื่อสารกัน

“พูดง่ายๆ ไปส่องว่าเขามีการเคลื่อนไหวเป็นอย่างไร น่าเชื่อถือหรือไม่ มีคุณภาพและประสิทธิภาพระดับใด ผู้ปกครองต้องหาข้อมูลเพิ่มประกอบจากคนที่เคยส่งลูกไปเรียน ถามจากผู้ที่เป็นนักเรียนเหล่าทัพ และเมื่อได้รับการแนะนำสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยคือ การเข้าเยี่ยมชมสถาบัน ซึ่งหลายๆ โรงเรียนกวดวิชาส่วนใหญ่ก็ให้ผู้ปกครองเข้ามาเยี่ยมชมดู ได้ก่อนสมัครเรียน พ่อแม่ก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้พิจารณาให้ดี”

เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ที่ นาวาอากาศโท ภูเบศ แนะนำคือ พ่อแม่ผู้ปกครองควรหาข้อมูลวันเวลาฤดูกาลสอบในแต่ละปี เพื่อป้องกันการด่วนตัดสินใจเลือกสถาบันติวอย่างไม่รอบคอบเนื่องจากมีเวลาน้อย

“การสอบจะสอบไม่พร้อมกันในแต่ละเหล่าจะมีฤดูการสอบของตัวเอง พ่อแม่ก็ควรจะต้องรู้ตารางในส่วนนี้ด้วย เพื่อจะศึกษาข้อมูลให้พร้อมก่อนตัดสินใจเลือกสถาบันก็จะช่วยให้มีระยะเวลาในการคัดมากขึ้น”

อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญที่สุดของ ผู้ปกครองหลังจากส่งลูกมาเรียนสถาบันกวดวิชาก็คือ ควรมั่นที่จะตรวจสอบบุตรหลาน โดยสังเกตทิศทางของการพัฒนาทั้งด้านวิชาการ มีทักษะที่เพิ่มขึ้น มีความกระตือรือร้นในการอ่านหนังสือ ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นเพราะมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นหรือไม่

"ส่วนข้อคิดที่อยากฝากนักเรียนก็คือ เมื่อเจอสถาบันที่ไม่ได้มาตรฐานให้รีบบอกพ่อแม่ ไม่ควรเก็บไว้ หากมีการทำร้ายร่างกายหรือทำอะไรก็ตามที่เป็นการละเมิดสิทธิ เพราะการติวแบบนี้มันไม่ใช่การติว มันไม่ใช่ทิศทางการเป็นอนาคตของชาติที่ดี เพราะสถาบันที่ดีให้เรานึกง่ายๆ คือเราเรียนกับครูบาอาจารย์ที่นอกจากช่วยผลักดันให้สำเร็จแล้วก็คือเขาดูแลเราให้ดีที่สุด” นาวาอากาศโท ภูเบศ กล่าว 

 

ข่าวอื่นๆ