ศชอ.เตือนใต้ยังน่าห่วง

วันที่ 10 พ.ย. 2553 เวลา 13:31 น.
ศชอ. เผย ใต้ยังมีฝนกระจาย เตือน 6 จังหวัด ยังเสี่ยงดินถล่ม  เฝ้าระวัง นครฯ หวั่น ท่วมฉับพลัน นำร่อง นครสวรรค์ จ่อฟื้นฟูพื้นที่แรก

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย (ศชอ.) แถลงผลการประชุม ศชอ.เพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำล้นตลิ่ง และติดตามความเคลื่อนไหวของยอดน้ำสูงสุด เนื่องจากน้ำทะเลหนุน เร่งตรวจสอบเพื่อป้องกันน้ำท่วม และแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคกลางว่า กรมอุตุนิยมวิทยามีรายงานว่า สถานการณ์ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยตั้งแต่ชุมพรลงไปถึง นราธิวาสมีฝนกระจายในพื้นที่โดยเฉพาะ ชุมพร,สุราษฏร์ธานี,นครศรีธรรมราช,พัทลุง,กระบี่ และ ตรัง จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่เกือบ 60-70 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย. อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ใช้การเตือนภัยระดับ เฝ้าระวัง ในพื้นที่  คือบ้านทับใน บ้านเหนือคลอง และบ้านคันเบ็ด จ.นครศรีธรรมราช .และน้ำยังคงต่ำกว่าตลิ่ง เฝ้าระวังในพื้นที่น้ำล้นตลิ่ง แต่ปริมาณน้ำฝนที่ตกทำให้แม่น้ำตาปีล้นตลิ่ง 40 เซนติเมตร น้ำท่วมขึ้นหลายอำเภอที่ติดทะเล โดยรวมน้ำยังคงท่วมขัง 6 จังหวัด นอกจากนี้บริเวณต้นอ่าวไทยพบน้ำทะเลหนุนมากขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำตาปีเพิ่มสูงมากขึ้น

ด้านสถานการณ์ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา นายอภิรักษ์ กล่าวว่า แม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.เมืองจ.นครสวรรค์ปริมาณน้ำไหลผ่านลดลง ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 1.75 เมตร โดยจะไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา แม่น้ำสะแกกรัง รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันออก รับน้ำเข้าระบบส่งน้ำทุ่งฝั่งตะวันตก โครงการลัดโพธิ์ ทุ่งเจ้าพระยา ฝั่งตะวันออกตอนล่าง เขื่อนพระรามหก และที่ อ.บางไทร จ.อยุธยา มีปริมาณน้ำไหลผ่านวันนี้(10พ.ย.) 2,773 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือลดน้อยลง คาดว่าสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ โดยในภาคกลางไม่มีรายงานฝนตก แต่ยังคงมีพื้นที่น้ำท่วมขัง เช่น ชัยนาถ ลพบุรี อยุธยา สิงห์บุรี ปทุมธานี และนนทบุรี

ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า หลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณริมแม่น้ำมูล และแม่น้ำชี มีน้ำล้นตลิ่งเพิ่มสากขึ้น พื้นที่เฝ้าระวังได้แก่ อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด ส่วนน้ำจากลุ่มน้ำมูลจะเคลื่อนเข้า อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง แต่ อ.ราศีไศล จ.ศรีสะเกษน้ำยังล้นตลิ่ง1.19เมตร ขณะที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ น้ำลดลง7เซนติเมตรแต่ยังคงท่วมสูง อ.โกศุมวิสัย จ.มหาสารคาม น้ำลดลง3เซนติเมตร ยังคงล้นตลิ่ง มหาสารคามล้นตลิ่งลดลง5.5เซนติเมตร ยอดน้ำเคลื่อนตัวไป อ.จังหาญ จ.ร้อยเอ็ด ทำให้น้ำล้นตลิ่งและจะไปเพิ่มที่อำเภออื่นๆอีก ขยับตัวขึ้น7เซนติเมตร ซึ่งมีแนวโน้วให้ร้อยเอ็ดระดับน้ำล้นตลิ่ง

ขณะที่น้ำจากลุ่มน้ำชี ระดับน้ำใน จ.ขอนแก่นมีปริมาณลดลงโดยน้ำเคลื่อนเข้า อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด และไหลเข้า อ.มหาชนะ จ.ยโสธร คาดว่าระดับจะสูงจากตลิ่ง0.40เมตร จากนั้นจะทรงตัวถึงวันที่ 18-20 พ.ย.   

ด้านสถานการณ์ภาคเหนือ นายอภิรักษ์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำมีแนวโน้มลดลง บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาทำให้บริเวณตอนบนมีอากาศหนาวเย็นทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 14-15องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูอุณหภูมิต่ำสุด 8-14องศาเซลเซียส

นายอภิรักษ์ กล่าวว่า สำหรับการฟื้นฟูที่รัฐบาลเลือกจ.นครสวรรค์ เป็นจังหวัดแรกเนื่องจากได้เสนอแผนการฟื้นฟูที่มีความพร้อมที่สุด โดยจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นในพื้นที่ประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ องค์กรเอกชน อาสาสมัคร อาชีวะ กองทัพ นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับมูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากเข้าฟื้นฟูอาชีพและหาตลาดเพื่อเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วย  ส่วนข่าวการคอร์รัปชั่นงบประมาณที่ใช้เยียวยาผู้ประสบภัยนั้นยืนยันว่านายกฯได้ย้ำให้ตรวจสอบอย่างจริงจังไม่ให้มีการรั่วไหลเกิดขึ้น