ดีเอสไอ-อย.ทลาย 12 แหล่งนำเข้าโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์-สเต็มเซลล์ปลอมผิดกม.มูลค่า80ล้าน

  • วันที่ 13 มิ.ย. 2562 เวลา 15:48 น.

ดีเอสไอ-อย.ทลาย 12 แหล่งนำเข้าโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์-สเต็มเซลล์ปลอมผิดกม.มูลค่า80ล้าน

ดีเอสไอ-อย.ค้น 12 จุดเครือข่ายบริษัทลักลอบนำเข้าโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์-สเต็มเซลล์ปลอม ยึดของกลางกว่า 4 แสนชิ้นมูลค่า 80 ล้านบาท เตรียมใช้กม.ฟอกเงินหลังสอบบัญชีพบเงินหมุนเวียนกว่า 800 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)พ.ต.อไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ  พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน ผอ.กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อ.ย) ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาฯอย.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงผลการจับกุมเครือข่ายบริษัทผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาละเมิดเครื่องหมายการค้า ในพื้นที่เป้าหมาย 12 จุดย่าน เช่น บริษัทเดอร์มาลิงค์ จำกัด และบริษัทเอเมค อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ปจำกัดย่านรัชดาภิเษก  และจุดพักเก็บอื่นๆในพื้นที่ เขตสวนหลวง  หัวหมาก, แฮปปี้แลนด์,บางกะปิ,วังทองหลาง ,ลาดพร้าว,สุขุมวิทและย่านสุรวงศ์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พ.ต.อไพสิฐ กล่าวว่า ในปี 2560 เคยมีคดีการลักลอบค้าเครื่องสำอางและยาละเมิดเครื่องหมายการค้า ดีเอสไอจึงได้สืบสวน สอบสวนการกระทำความผิดของเครือข่ายดังกล่าว และพบพยานหลักฐานทางการเงินว่าเชื่อมโยงมาถึงเครือข่ายนำเข้าโบท็อกซ์ และฟิลเลอร์ปลอม จึงได้ล่อซื้อพร้อมนำของกลางส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานชัดเจนว่าเป็นสินค้าปลอมจึงขอศาลออกหมายค้นทั้ง 12 จุดพร้อมกัน ผลการตรวจค้นทั้งแหล่งพักสนค้าและสถานเสริมความงานในเครือข่ายสามารถยุดของกลางได้กว่า 400,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 80 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินย้อนหลังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีถึง 800 ล้านบาท ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

ด้านพ.ต.ท.พเยาว์ กล่าววว่า ขบวนการนำเข้าฟิลเลอร์และโบท็อกซ์ปลอมรายนี้ เกี่ยวข้องกับคดีฉีดฟิลเลอร์จนหน้าอกเน่า โดยภายหลังการสิบสวนจนมีหลักฐานชัดเจน ดีเอสไอจึงสนธิกำลังกับอย.เข้าตรวจค้นและสามารถยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก โดยโบท็อกซ์ที่เก็บรักษาอยู่ในตู้เย็นจำนวน 1 ตู้มีจำนวน 1,400 ชิ้น ราคาชิ้นละ 5,000 บาท ของกลาง 1 ตู้มีมูลค่า 7 ล้านบาท นอกจากนี้ยังยึดเครื่องสำอางได้อีกหลายรายการและอยู่ระหว่างการส่งตรวจคุณภาพว่า มีส่วนประกอบตรงตามตำรับยาและเวชภัณฑ์หรือไม่  สำหรับปฎิบัติการเข้าตรวจค้นครั้งนี้พบของกลางเป็นยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยาที่ละเมิดเครื่องหมายการค้า เช่น ยาฉีดกลูตาไธโอน ยาฉีดสเต็มเซลล์ ยาฉีดรกแกะ ยาฉีดโบท็อกซ์ ยาฉีดลดไขมันและยาชาที่จะใช้ก่อนฉีดโบท็อกซ์

“ เครือ ข่ายดังกล่าวโฆษณาขายสินค้าผ่าน อินสตราแกรม และแอพลิเคชั่นไลน์ โดยจะนำสินค้าไปจำหน่ายให้ลูกค้าหลายกลุ่ม แบ่งเป็นคลีนิคเสริมความงามของขบวนการและคลีนิคเสริมความงานอื่นๆที่กระจายอยู่ในกทม.และยังมีการจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้ารายย่อยที่สั่งซื้อยาไปใช้เองและกลุ่มลูกค้าที่ซื้อยาไปรับจ้างฉีด โดยจะจัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าทั้งในกทม.และต่างจังหวัดทางไปรษณีย์เอกชน  ซึ่งในวันเข้าจับกุมยังพบรถจักรยานยนต์รับจ้างมารอเพื่อนำสินค้าไปจัดส่งด้วย”พ.ต.ท.พเยาว์ กล่าว

นพ.ธเรศ กล่าวว่า การฉีดโบท็อกซ์จะต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและต้องจำกัดปริมาณไม่ให้มากเกินไป ที่ผ่านมาพบคนไข่ได้รับผลกระทบจากสารพิษในโบท็อกซ์ที่ต้องการฉีดให้ผิวหนังตึง แต่ตัวยาที่มากเกินไปกระทบต่อจุดเชื่อมต่อเส้น ประสาทกับกล้ามเนื้อมีผลทำให้หนังตาตก กระทบต่อระบบทางเดินหายใจและเป็นอันตรายต่อชีวิต ส่วนฟิลเลอร์ปลอมอาจทำให้ตาบอดและอวัยวะเน่า ดังนั้นก่อนจะไปเสริมความงามควรศึกษาข้อมูลของตัวยาและสถานเสริมความงามด้วย

ด้าน ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า สาวไทยส่วนใหญ่ชอบเข้ารับบริการเสริมความงามตามคลินิค ที่มีอยู่มากว่า ทำให้มีโฆษณาขายยาฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ คอลลาเจน กลูตาไธโอน และเครื่องสำอางแพร่หลายทางเว็บไซต์ หรือหน้าร้านเสริมความงาม โดยที่ผ่านมา อย.ได้ตรวจสอบคลินิกและสถานพยาบาลเสริมความงาม พบมีการนำสารเสริมความงามดังกล่าวที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนมาใช้ในสถานพยาบาล จึงขอเตือนให้ระวังการเข้ารับบริการ หากผู้บริโภครายใดต้องการฉีดสารเพื่อความงาม ควรเข้ารับบริการฉีดกับสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาลตามกฎหมาย และเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่ประจำ ก่อนการฉีดควรสอบถามและขอดูตัวยาที่ใช้ว่ามีใบอนุญาตขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจากอย.หรือไม่ มีฉลากภาษาไทยติดถูกต้องครบถ้วนอย่างไร

“ขอเตือนผู้บริโภคอย่าซื้อยาไปใช้เอง หรือฉีดสารเสริมความงามกับหมอเถื่อน ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิต เพราะการฉีดบนใบหน้าต้องดำเนินการโดยแพทย์ที่มีความรู้ด้านกายวิภาคบนใบหน้าเป็นอย่างดี เนื่องจากบนใบหน้ามีกล้ามเนื้อเล็กๆ และเส้นเลือดมากมาย จึงต้องฉีดด้วยความระมัดระวัง เด็กในร้านก็ฉีดให้ไม่ได้ หากเกิดอันตรายจากการแพ้ทางสถานพยาบาลจะได้รับผิดชอบได้ทันท่วงที ในส่วนของสถานเสริมความงานและคลินิกก่อนสั่งซื้อยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพใดๆ ขอให้สอบถามไปทางอย.ก่อนทุกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและเป็นตัวแทนที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจริง และหากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย หรือผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย.1556 “ภญ.สุภัทรา กล่าว

ขณะที่ตัวแทนผู้นำเข้า กล่าวว่า ความเสียหายของบริษัทมีเพียงมูลค่าในทางเพ่งแต่ผู้เสียหายที่แท้จริง คือ คนไข้ที่ได้รับยาปลอม ดังนั้นจึงขอให้แพทย์ในสถานเสริมความงามตรวจสอบข้อมูลยาและผู้นำเข้ายาให้รอบคอบ เพราะสินค้าที่มีราคาถูกกว่ากันเพียง 300-500 บาท ไม่ได้ทำให้เกิดความได้เปรียบทางการค้ามากขึ้น

 

 

ข่าวอื่นๆ