แม่"ชัยภูมิ-อะเบ"ฟ้องแพ่งกองทัพบกเรียกค่าเสียหายลูกชายถูกวิสามัญฯ

  • วันที่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 12:29 น.

แม่"ชัยภูมิ-อะเบ"ฟ้องแพ่งกองทัพบกเรียกค่าเสียหายลูกชายถูกวิสามัญฯ

แม่"ชัยภูมิ-อะเบ"ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายกองทัพบกหลังลูกชายถูกวิสามัญฯ ขณะที่ศาลแพ่งเว้นค่าธรรมเนียมศาลทั้ง2คดีนัดกำหนดประเด็นสืบพยาน22ก.ค.62

ที่ศาลแพ่ง รัชดาภิเษก แม่และครอบครัวนายอะเบ แซ่หมู่ และแม่และครอบครัวนายชัยภูมิ ป่าแส ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารวิสามัญฆาตกรรม โดยอ้างว่าผู้ตายจะใช้ระเบิดด้ามขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ทำให้ถูกวิสามัญเมื่อต้นปี 2560 พร้อมทนายความ ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย จากกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสอง

นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ ระบุว่าค่าเสียหายที่ทั้งสองครอบครัวเรียกร้องจากกองทัพบก กรณีของนายชัยภูมิ เรียกร้องอยู่ที่ 4 ล้านบาท และกรณีของนายอะเบเรียกร้องอยู่ที่ 7 ล้านบาท และเห็นว่าเป็นตัวเลขที่เหมาะสม และถึงแม้จะมีการเรียกร้องค่าเสียหายแต่ทั้งสองครอบครัวก็รู้สึกว่าก็รู้สึกว่าการสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รักจำนวนเงินเพียงเท่านี้ก็ไม่สามารถทดแทนได้

สำหรับความคืบหน้าในการยื่นฟ้องวันนี้ศาลได้รับคำฟ้องของทั้งสองครอบครัวแล้วและได้มีคำสั่งยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ของทั้ง 2 คดีเพราะเห็นว่าโจทก์ทั้ง 2 คนยากจนจริง และเห็นว่าคดีมีมูลว่าลูกของแม่ทั้งสองคนถูกเจ้าหน้าที่ทหารยิงเสียชีวิต ซึ่งในวันที่ 22 ก.ค.เวลา 13.00 น. ศาลจะนัดกำหนดประเด็นในการสืบพยาน

นายรัษฎา มนูรัษฎา

ก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งไต่สวนการเสียชีวิตของทั้ง 2 คน และพบว่าเสียชีวิตจากการถูกพลทหารใช้ปืนเอ็ม 16 ยิง โดยทั้งสองเหตุการณ์มีความคล้ายคลึงกันและเกิดเหตุในระยะเวลาห่างกันเพียง 1เดือน ซึ่งผู้เสียหายซึ่งเป็นทายาทมีสิทธิที่จะฟ้องร้องทางแพ่ง เรียกค่าเสียหายฐานละเมิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ซึ่งหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลจะต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหาย โดยคดีนี้กล่าวอ้างว่าสาเหตุที่ทหารต้องยิงเพื่อป้องกันตัวเองเนื่องจากผู้ตายมีอาวุธ คือระเบิดที่จะขว้างใส่ทหาร โดยมีลักษณะเดียวกันของทั้ง 2 คดี ซึ่งทั้ง 2 คดีนี้มีพยานที่เป็นชาวบ้านรู้เห็นเหตุการณ์ ได้ให้การไว้ในศาลแล้ว โดยยันว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่ทหารอ้างว่าป้องกันตัว

สำหรับกรณีของนายชัยภูมิ ซึ่งที่เกิดเหตุบริเวณด่านรินหลวง มีกล้องวงจรปิด 9 ตัว ดังนั้นเจ้าหน้าที่ทหารก็ควรที่จะแสดงพยานหลักฐานต่อศาลว่านายชัยภูมิได้ทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารก่อนจริงหรือไม่ มีความพยายามจะขว้างระเบิดใส่จริงหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาทางฝ่ายทหารไม่เคยนำมาแสดงต่อศาล แม้ว่าผู้บังคับบัญชาในระดับแม่ทัพภาคจะออกมาบอกว่าได้ดูกล้องวงจรปิดแล้ว แต่กลับไม่นำมาแสดงที่ศาล แสดงว่ามีอะไรที่ปกปิดอยู่ใช่หรือไม่ ดังนั้นการฟ้องคดีแพ่งนี้ ฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหารที่อ้างว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวจะต้องพิสูจน์ และแสดงพยานหลักฐานต่อศาลในเรื่องนี้

“ยืนยันไม่เป็นกังวล ที่ต้องฟ้องเพราะกรณีนี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชีวิตและร่างกายของประชาชน และเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง ดังนั้นเมื่อรัฐถ้ากระทำผิดก็ต้องรับผิดชอบและเยียวยาค่าเสียหาย ไม่เช่นนั้นประชาชนที่เขาได้รับความเสียหาย เขาจะรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม และก่อให้เกิดปัญหา ความรู้สึกของประชาชนที่ไม่ดีต่อรัฐ ซึ่งบ่อเกิดของความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ไม่ต่างๆไปจากความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้” นายรัษฎาระบุ

ทนายความพาครอบครัวของนายชัยภูมิและนายอะเบเดินทางเข้ายื่นฟ้องแพ่ง

ทนายความในคดีนี้ ยังระบุด้วยว่า ในส่วนของคดีอาญาหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรวบรวมสำนวนการสอบสวนจะต้องส่งคำสั่งศาลที่มีการไต่สวนเหตุเสียชีวิต พร้อมสำนวนการไต่สวนไปให้พนักงานอัยการเพื่อส่งต่อไปยังพนักงานอัยการศาลทหารดำเนินการตามที่ได้แจ้งความไว้ข้อหาฆ่าผู้อื่น เพราะสำนวนคดีทำเป็นสำนวนไต่สวนการตาย และสำนวนฆ่าผู้อื่น ดังนั้นพนักงานอัยการมีหน้าที่ในการทำสำนวนเพื่อส่งฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล เมื่อทหารคนนั้นตกเป็นจำเลยต่อศาลก็ต้องพิสูจน์ต่อศาล อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้มีปัญหาที่กฎหมายนี้ปิดช่องไม่ให้ประชาชนเข้าไปเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการศาลทหาร และประชาชนจะฟ้องศาลทหารเองก็ฟ้องไม่ได้ เพราะกฎหมายทหารยังจำกัดสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงความยุติธรรมอยู่

"เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เมื่อศาลไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว สำนวนพร้อมกับคำสั่งศาลในการไต่สวนการตาย ถูกส่งไปพนักงานอัยการ ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องไปตามกันว่าพนักงานสอบสวนในพื้นที่ได้รวบรวมสำนวนส่งไปยังพนักงานอัยการศาลทหารแล้วหรือยัง ถ้าส่งแล้ว ตอนนี้ขั้นตอนอยู่ตรงไหนแล้ว ได้ฟ้องคดีให้ประชาชนแล้วหรือยัง ทั้งนี้เราต้องถือว่าคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นเชื้อสายชาติพันธ์ เผ่าพันธ์ใด คนทุกคนเสมอเหมือนกัน นายชัยภูมิ เป็นชาติพันธ์ลาหู่ ส่วนนายอะเบ เป็นลีซู แต่เขาก็กำเนิดบนผืนแผ่นดินไทย ย่อมที่จะเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้เช่นเดียวกัน"นายรัษฎา กล่าว

นายรัษฎา กล่าวถึงกระบวนการหลังจากยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ว่า เมื่อทำคำฟ้องยื่นต่อศาล ศาลจะส่งสำเนาคำฟ้องให้กองทัพบกให้การแก้คดี ซึ่งมีทนายความแก้ต่าง ถ้ากองทัพบกพิจารณาแล้วเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารทำไม่ชอบ ก็ควรที่จะรับความจริงและชดใช้เยียวยาค่าเสียหายให้คดีแพ่งยุติไป ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่กองทัพบกควรทำ แต่ถ้าคิดว่าทหารไม่ผิดจะต่อสู้แทนทหาร ก็ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็น ก็เป็นสิทธิของกองทัพบกในการต่อสู้คดี ซึ่งทีมทนายความที่ทำงานนี้ มีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความยุติธรรมจากศาล อย่างไรก็ตามส่วนตัวเห็นว่าเรื่องสำคัญภายใต้สถานการณ์หลังรัฐประหาร บางครั้งเจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจ การผู้ปฏิบัติการตั้งด่านตรวจค้น และ มอบอาวุธร้ายแรงไว้กับพลทหาร จะต้องพิจารณาเป็นอันแรก ในเรื่องของวุฒิภาวะ การที่ลุแก่อำนาจ ใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชน ดังนั้นรัฐต้องทบทวนสิ่งนี้

นางอะหมี่มะ แซ่หมู่

 

นางอะหมี่มะ แซ่หมู่ กล่าวว่า ที่มาวันนี้ก็เพื่อมาหาความยุติธรรมให้กับลูกชายที่โดนทหารยิงตายฟรี ลูกชายของตนไม่ได้ทำอะไรผิด ที่เขาบอกว่าลูกมีระเบิดแม่ก็ไม่เคยเห็น หลังจากลูกชายตายตนเสียใจมาก ลูกชายเป็นเสาหลักของครอบครัวที่คอยเลี้ยงดูตน เขาเป็นลูกที่ดีที่คอยเลี้ยงดูแม่ ตอนนี้ที่บ้านก็เหมือนขาดเสาหลักของครอบครัว ทุกวันนี้ตนยังสะดุ้งตื่นและฝันถึงลูกเกือบทุกคืน และยังรู้สึกเศร้าและเสียใจมาก

สำหรับคดีของนายอะเบ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 พื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำอยู่ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนยิงนายอะเบ จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยอ้างว่านายอะเบ จะขว้างอาวุธระเบิดที่นายอะเบใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายอะเบ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และกล่าวหาว่านายอะเบมียาเสพติดประเภทเฮโรอีน 2 หลอดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย เหตุเกิดบริเวณถนนระหว่างบ้านรินหลวง-บ้านป่าบงงามลีซอ ซึ่งอยู่เลยด่านตรวจบ้านรินหลวงไม่ไกลนัก

ต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้มีคำสั่งไต่สวนการตาย ในส่วนของคดีนายอะเบ กล่าวคือ ศาลมีคำสั่งว่านาอะเบ เสียชีวิตที่บริเวณเส้นทางดินลูกรังระหว่างหมู่บ้านรินหลวงและหมู่บ้านป่าบงงาม เพราะถูกพลทหารชนวีย์ ขำเอนก ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง กระสุนปืนทำให้นายอาเบถึงแก่ความตาย

ส่วนคดีของนายชัยภูมิ เกิดเหตุเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่ทหารอีกชุดหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่ที่ด่านบ้านรินหลวงเช่นเดียวกัน โดยเจ้าหน้าที่ทหารเข้าทำการตรวจค้นรถยนต์นายชัยภูมิ และทำร้ายร่างกายนายชัยภูมิ เมื่อนายชัยภูมิลุกขึ้นได้จึงวิ่งไปทางป้อมตำรวจเก่า เจ้าหน้าที่ทหารถืออาวุธปืนวิ่งไล่ติดตามไปแล้วใช้อาวุธปืนยิงถูกนายชัยภูมิถึงแก่ความตาย โดยกล่าวอ้างว่าเพื่อป้องกันตัวเพราะนายชัยภูมิจะใช้ระเบิดขว้างใส่

ทั้งนี้ นายชัยภูมิ เป็นเยาวชนนักกิจกรรมทางสังคม และอยู่ระหว่างศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งว่านายชัยภูมิเสียชีวิต ที่ด่านบ้านรินหลวงเพราะถูกพลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง กระสุนปืน ทำให้นายชัยภูมิถึงแก่ความตาย

อย่างไรก็ตามทั้งสองคดีมีความคล้ายคลึงกันและเกิดเหตุในระยะเวลาห่างกันเพียง 1 เดือน ซึ่งการไต่สวนการตายดังกล่าวไม่ได้ตัดสิทธิ์การฟ้องคดีแพ่ง ประกอบกับครอบครัว ของนายอะเบ และนายชัยภูมิ ยังติดใจในเหตุและพฤติการณ์แห่งการตายของบุตรชาย

ทั้งนี้ครอบครัวของผู้ตายทั้งสองเชื่อว่าบุตรชายของตนถูกฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ทหารกระทำโดยลุแก่อำนาจ และเห็นว่าควรเรียกร้องค่าเสียหายดังกล่าวจากกองทัพบกซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสอง.

ครอบครัวของนายชัยภูมิและนายอะแบ

 

ข่าวอื่นๆ