เปิดชีวิต "ผีน้อยไทย" ไปค้ากามเกาหลี เมื่อ "ของจริง" ไม่สวยหรูเหมือนคำโฆษณา

วันที่ 21 พ.ค. 2562 เวลา 18:33 น.
เปิดชีวิต "ผีน้อยไทย" ไปค้ากามเกาหลี เมื่อ "ของจริง" ไม่สวยหรูเหมือนคำโฆษณา
เปิดข้อมูลขบวนการนวดไทยในเกาหลี โฆษณาเงินดีรายได้งามที่ล่อสาวไทยไปค้ากามต่างแดน ทว่าชีวิตต้องแลกด้วยการหลับนอนกับชาย 75 คน จึงจะเริ่มต้นทำเงินส่งกลับบ้านได้จริง

*****************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

สาวไทย 1 คน ต้องหลับนอนกับชายเกาหลี 75 คน แถมต้องพร้อมสแตนบาย 24 ชั่วโมงเพื่อรับแขกให้ทางร้านฟรีๆ เป็นค่าต้นทุนทำงานถึงจะได้เงินเป็นของตัวเอง

และเมื่อมาแล้วไม่ยินยอม กลับใจคิดเลิกจะโดน ข่มขืน-ทุบตี-กักขัง จนกว่าจะยอมหรือตายกันไปข้างหนึ่ง 

ศูนย์คุ้มครองสตรีพลัดถิ่น ทูเรบัง ศูนย์การช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ได้ออกมาฉายภาพวงการ "นวดไทย" ในประเทศเกาหลีใต้ ให้ได้เห็นภาพขบวนการค้ากามที่แท้จริงนั้นตรงกันข้ามต่างจากโฆษณาชวนเชื่อ "งานสบาย รายได้งาม ชีวิตดีหลังหมดแทร็ก" ลิบลับ

ไม่เสียตัว-รายได้งาม "กลอุบาย" ล่อลวงสาวไทยให้หลงเชื่อ

“จริงๆ อาชีพนวดเป็นอาชีพสงวนไว้สำหรับคนพิการในประเทศเกาหลีใต้ คนปรกติหรือคนประเทศอื่นห้ามทำ” เจ้าหน้าที่ล่ามศูนย์คุ้มครองสตรีพลัดถิ่น ทูเรบัง อธิบายถึงขั้นแรกของความผิดกฎหมายของร้านนวดไทยในประเทศเกาหลีใต้ ที่มีช่องโหว่ในข้อกฎหมายทำให้สามารถเปิดบริการได้ โดยหากไม่แจ้งความก็ไม่สามารถที่จะเข้าตรวจสอบหรือจับกุม 

“ร้านนวดไทยแรกๆ ที่เปิดก็เป็นพวกบรรดาเมียคนเกาหลีทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะงานโรงงานมันหนัก ก็เลยริเริ่มเปิดทำกันเป็นงานพิเศษ เป็นนวดจริงๆ ทีนี้พอมันเริ่มจากตรงนี้ สามีหรือเมียเองก็เห็นว่ารายได้ดีกว่าและสบายกว่าทำงานโรงงาน ก็ได้รับความนิยมมากขึ้น ก็ไปเอาหมอนวดจริงๆ อิมพอร์ตเข้ามา”

เริ่มในปี 2012 ถัดไปร้านนวดค่อยๆ เสริมบริการที่เรียกว่า ‘ออฟชั่นพิเศษ’ ในการแฝงให้บริการทางเพศ เพราะหวังได้เงินเพิ่มมากขึ้น

“จากแอบๆ เปิดร้านนวดบังหน้า พอนวดเสร็จก็จะมีอย่างว่าแอบทำกันเอง เจ้าของกิจการไม่รู้ในช่วงแรกๆ ทีนี้ประกอบกับเข้าประเทศง่ายเพราะไทยกับเกาหลียุคนั้นวีซ่าให้ 90 วัน แบบไม่ต้องขอก่อนเข้าประเทศสามารถได้ตรงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเลย ฉะนั้นพอครบระยะเวลา หมอนวดก็กลับไทยและมาใหม่ ก็เริ่มทำเป็นจ็อบหรือบางคนติดใจก็อยู่เกินกลายเป็นผีน้อย ร้านนวดมันก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นๆ”

จนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ส่งผลให้หนุ่มๆ เกาหลี มองสถานบริการนวดไทยเป็นแหล่งการค้ากามชั้นดี

“ความรู้สึกของนวดมันเหมือนเขาไม่เสียหายมากมาย การตำแตง (การใช้มือสำเร็จความใคร่) ต่างจากการมีเพศสัมพันธ์ พอคนที่มาทำแบบนี้แล้วโพสต์อวดมีเงินซื้อรองเท้าคู่ละเป็นหมื่นบาท มีทองหยองใส่ ส่งเงินกลับที่บ้านเป็นแสนๆ บาท เขาก็คล้อยตาม ซึ่งไม่รู้เลยว่าจริงๆ ที่เขาโพสต์แบบนั้นไปลึกๆ แล้วเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง

"ชีวิตจริง"ไม่เหมือนคำโฆษณาอันสวยหรู

เมื่อ ‘การนวดไทย’ กลายเป็นภาพจำว่าส่วนใหญ่คือการขายบริการ นวดไทยต่อๆ มาจึงโบยบินอยู่ในแดนโสมในฐานะเดียวกันทั้งหมด โดยปัจจุบันร้านนวดขายบริการมีเปิดให้บริการอยู่ด้วยกันกว่าถึง 40,000 ร้าน และแต่ละร้านจะมีหมอนวดประจำร้าน 4-5 คน

“ตามหลักดีมานด์-ซัพพลาย เมื่อก่อนร้านนวดจริงกับร้านนวดแอบแฝงมีลักษณะที่แยกได้ชัดเจน แต่ตอนนี้ทุกร้านคือร้านขายบริการ โดยจำนวนของร้านนวดตกแล้วอย่างต่ำๆ 2 แสนคนในพื้น เทียบบ้านเรา 1 อำเภอ มีร้านพวกนี้ 10-15 ร้าน แต่ถ้ายิ่งเขตเมืองใหญ่อย่างเมืองหลวง เขตเมืองอุตสาหกรรม เป็นแบบย่านถนนพัฒน์พงศ์ของเราดีๆ นี้เอง มีดงร้านนวดเปิดติดๆ กันตลอดทางถนน” 

จากรูปแบบการขายบริการผ่านร้านนวดโดยมีหมอนวดประจำร้านส่งผลให้เกิดเป็นการล่อลวงการ ‘ค้ามนุษย์’ ยังพบว่ามีอีกรูปแบบการค้าบริการส่งตัวถึงห้องหรือให้ลูกค้ามาที่ห้องที่เปิดบริการเช่าพัก เพื่อป้องกันการตรวจจับของหมอนวดจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกด้วย 

“ยิ่งช่วงกวดขันอย่างที่บอกเขาจับแต่หมอนวด แต่ไม่ได้ปิดร้าน ด้วยเหตุผลทางช่องโหว่ของกฎหมาย ทีนี้พอแรงงานขาดพวกเอเจนซี่แม่เล้าคนไทยก็รายได้ดีขึ้นจากการขาดสาวให้บริการ ราคานายหน้าก็สูงขึ้น เขายิ่งทำงานหนักขึ้น คนก็ถูกหลอกมากขึ้น จากเดิมที่มาสมัครใจเป็นส่วนใหญ่ หลังๆ ก็มีการหลอกผ่านการโฆษณาว่าได้รายได้ดีรายได้งาม พร้อมที่พักอาหารและเน็ตฟรี ก็ยิ่งผลักให้เกิดการล่อลวงมาค้ามนุษย์มากขึ้น”

กลวิธีการล่อหลอกที่สำคัญซึ่งส่วนใหญ่สาวที่มาขายบริการแทบไม่รู้เลย คือ การจ่ายแค่ค่าแทร็ก (ทุนค่าจัดหางานและค่าตั๋วเครื่องบิน) ที่บอกว่าเพียง 1.5-2.5 ล้านวอน ทำ 2 สัปดาห์ก็หมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงทางร้านจะจับให้รับแขกถึง 75 คน ก่อน ถึงจะเริ่มที่จะได้เงินจากการขายบริการอิสระที่ได้เงินเป็นของตัวเองส่งกลับบ้าน

“ส่วนใหญ่ที่มาก็จะไม่รู้ตรงนี้ เพราะเขาไม่ได้บอกราคาค่าตัวของตัวเองว่าขายเท่าไหร่ ก็นับไม่ได้ แต่คิดง่ายๆ หนึ่งครั้งในการขายบริการสมมติครั้งละ 90,000 วอน ตีออกมา 75 คน จะได้เงินราวๆ 7 ล้านวอนหรือมากกว่านั้น เอเจนซี่ที่ขายให้กับร้านจะได้ส่วนแบ่งราวๆ 2 ล้านวอน คิดเป็นเงินไทยราว 5 หมื่นบาท เป็นค่านายหน้า ส่วนบอสจะได้ต่อหัว 5 ล้านวอน ตกเป็นเงินไทย 130,000 บาท ซึ่งความจริงราคาขายบริการมีเรทราคาตามแต่บอสกำหนด นี้คือเหตุผลที่คนไทยจึงเป็นที่นิยมมาก"

โดยเฉพาะยิ่งคนสวยจะเป็นที่ต้องการของร้านนวด จัดเป็นเหยื่อชั้นราคาดี กระบวนการต่างๆ ในการทำงานจะถูกเรียกตัวเร็วกว่าสาวคนอื่นๆ ที่หน้าตาธรรมดา บางครั้งอาทิตย์เดียวเงิน 3,000-5,000 บาท ที่เป็นค่าสอนเรื่องการแต่งตัว ภาษาเล็กๆ น้อยๆ สอนเรื่องการนวด ยังไม่ทันเรียนจบคอร์ส เอเจนซี่ก็จับไปขึ้นเครื่องบินตรงป้อนตลาด

"นรกบนดิน" ถ้าไม่ยอมขายคือตายทั้งเป็น

ก่อนชำระค่าแทร็กครบ มีอิสระทั้งเงินและรับงานเอง ได้พาสสปอร์ตที่ถูกยึดคืน 'หมอนวด' ทุกคนต้องผ่านการเริ่มต้นแห่งนรกบนดิน! โดยการต้อนรับแขกตลอด 24 ชั่วโมงที่มาถึงและกลัดมัน ทั้งงานบริการรูปแบบสังกัดในร้านที่เปิดบริการบังหน้าว่านวด ลูกค้ามาแล้วออกมาจากห้องใกล้ๆ ร้าน หรือการรออยู่ในห้องพร้อมรอลูกค้ามาใช้บริการ

“กินข้าว อาบน้ำ นอน ถ้าลูกค้ามาก็ต้องหยุดทุกอย่างเพื่อมารับลูกค้า และใน 1 เดือน จะมีวันหยุดให้ได้พักเพียง 2 วันเท่านั้น ไม่ยอมหรือขัดขืนก็จะโดนขัง ไม่ยอมขายตัวก็โดนข่มขืนซ้ำหลายๆ ครั้ง จากหลายคนสุดแท้แต่คำสั่ง ซึ่งคนที่หนีมาให้การขอความช่วยเหลือล่าสุดเขาก็เคยขายบริการที่บ้านเรา แต่พอมาที่นี้ข้อตกลงมันไม่ใช่แบบที่ตกลงกันไว้ จะสลับทำนวดบ้าง ไปขายบ้างแล้วแต่เราก็ไม่ได้ จะให้ขายอย่างเดียว พอทางหมดแทร็กไม่ยอมปล่อยให้กลับบ้าน เพราะหน้าตาดีเป็นที่ต้องการก็จะถูกจับขังเป็นปีๆ ”

ไม่ต้องนับประสากับหญิงสาวที่ยิ่งถูกหลอกแค่ด่านแรกที่ต้องถูกทดลองงานจากบอสเพื่อสอนให้รู้ความต้องการของบุรุษแดนกิมจิ ก็เหลือเกินจิตใจจะรับได้  

“บางคนเสียสติก็มีเพราะถูกข่มขืนจนกว่าจะยอมขายตัว รับตรงนี้ไม่ได้เหมือนเป็นบ้าเลย ต้องเข้าโรงพยาบาลบ้า คิดง่ายๆ คนที่ตั้งใจมาขายก็ยังต้องมีการเล่นยาเพื่อให้ทำงานตรงนี้ให้ไหว อยู่ทำให้ได้ มาทำที่นี้ไม่ใช่แค่ขายตัว แต่ต้องขายวิญญาณด้วย”

ด้วยความเคร่งเครียดของสังคมประเทศพัฒนาหญิงไทยจึงไม่ต่างจากที่ภาชนะรองรับอารมณ์-ถูกทารุณกรรมด้วยเซ็กส์ทอย-ตบตี-ร่วมเพศแบบวิตถาร สุดแต่จินตนาการ

“ที่น่ากลัวกว่านั้นคือแขกไม่ชอบใส่ถุงยางอนามัย มีแค่ 1 ใน 5 คน ที่สวมถุงยางอนามัยเท่านั้น และถ้าหมอนวดจะไม่รับก็จะโดนคอมเพลน ถูกซ้อม ถูกขัง คือเป็นหนี้เขาก็ต้องทำตามที่เขาสั่งทั้งหมด ไม่อย่างนั้นอาจจะกลายเป็นคนสูญหายเพราะถูกฆ่ากรรม และยิ่ง ณ ตอนนี้โรคเอดส์ระบาด มีติดกลับไปตายที่บ้านก็มีเท่าที่ได้ยินข่าว ส่วนเท่าที่ช่วยเหลือหลักๆ ตรวจโรคเจอโรคติดต่อทางเพศสัมพันธุ์ใน 20 ราย มี 1 คน ที่เจอ” 

จับโฆษณางานออนไลน์ "ยุติค้ากาม" ข้ามชาติ

เพียงเสิร์ชคีย์เวิร์ดคำว่า “งานนวดเกาหลี” ในโซเชียลมีเดียก็สามารถเดินทางเข้าสู่กระบวนการนวดเกาหลีได้ ล่ามภาษาไทยศูนย์ช่วยเหลือฯ เปิดเผย และบอกอีกว่านี้คือวิธีที่เหยื่อส่วนใหญ่ถูกหลอกจากสถิติสาวไทยทั้งหมดที่ถูกช่วยภายในปี 2012-2019 มีจำนวนถึง 67 คน

“การจะยุติต้องเริ่มจากที่ฝั่งไทย เพราะกลุ่มโฆษณายังกล้ามาชักชวนกระทั่งในเพจของศูนย์ช่วยเหลือเรา ซึ่งเราก็ไม่ทราบแน่ชัดว่ากฎหมายคอมพิวเตอร์ไทยในการควบคุมเรื่องการโฆษณาเพื่อค้าประเวณีผ่านโลกออนไลน์มีการเข้มงวด หรือการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีขั้นตอนอย่างไร เพราะหากจะให้คนทางฝั่นเหยื่อดำเนินคดี พอเราโดนกระทำเรื่องเพศมันส่งผลต่อจิตใจสาหัส และจังหวะนั้นเราหวาดกลัวต่อให้เราหนีมาได้ และต่อให้ได้รับการช่วยเหลือ แต่เราก็ไม่เหมือนกับอยู่บ้าน เหยื่อก็จะมักไม่พูดอะไรทั้งสิน

"สมัยก่อนไม่มีล่ามยิ่งหนักกว่านี้ การเอาผิดแทบเป็นไปไมได้ เอาผิดได้ยากมาก และยิ่งทางฝั่งแม่เล้าเองเขาก็ระวัง บังคับให้ทุกคนก่อนมาทำงานต้องลบทุกๆ อย่างที่คุยทิ้งหมด ไม่ว่าสลิปการโอนเงิน รายละเอียดต่างๆ ก่อนบินมาประเทศเกาหลี มันก็จับเข้าไปอีกที่จะจับเขาได้”

คำแนะนำจากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหานี้คือ เมื่อเหยื่อเดินทางถึงบ้านอย่างปลอดภัยมักจะมีเอเจนซี่โทรมาข่มขู่ว่าจะประจาน หากไม่ใช้เงินที่ทำเอเจนซี่เสียไปจากการหนี ให้ทำการบันทึกหน้าจอหรืออัดเสียงสนทนาไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลเพื่อใช้สืบหาถึงตัวการได้ ตรงนี้หากทำได้ก็จะช่วยให้การขายบริการตรงนี้ลดลง

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในตอนนี้คือ การช่วยเหลือเหยื่อที่เผลอหลงกลหรือถูกล่อลวง ซึ่งหากกำลังเผชิญชีวิตเช่นนั้นให้นึกถึงหลักปฏิบัติ 5 วิธีที่จะเอาตัวรอดในวิกฤต ‘ค้ากาม’ ได้แก่

1.ตั้งสติ อย่าทำตัวว่าตื่นหรือรู้ตัวว่าถูกหลอกมาทำงานค้าบริการ

2.ดูทางหนีที่ไล่ว่าจะหนีได้ทางไหนบ้างและอาศัยจังหวะเผลอเรียกแท็กซี่เพื่อให้นำตัวไปสถานีตำรวจ

3.เรียนรู้คำสื่อสารขอความช่วยเหลือในภาษาเกาหลีเบื้องต้นและจดจำข้อมูลของศูนย์ช่วยเหลือเพื่อประสานงาน

4.ติดตามข่าวสารและอย่าเชื่อคำโฆษณาของโลกโซเชียลมีเดียจนขาดวิจารณญาณ

5.เก็บหลักฐานการสนทนาพูดคุยทุกอย่างไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง