นักวิชาการหนุนนายกฯลุยฟ้อง "ฟิลลิป มอร์ริสฯ" เลี่ยงภาษีบุหรี่

  • วันที่ 20 พ.ค. 2562 เวลา 14:39 น.

นักวิชาการหนุนนายกฯลุยฟ้อง "ฟิลลิป มอร์ริสฯ" เลี่ยงภาษีบุหรี่

"หมอหทัย" หนุน นายกฯเดินหน้าฟ้อง "ฟิลลิป มอร์ริสฯ" ให้สำเร็จ ปมเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ เชื่อหลักฐานแน่นชนะขาดแน่

จากกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือลับที่สุด ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อขอให้ใช้อำนาจฝ่ายบริหารยุติการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด เมื่อปี 2559 จากการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรนำเข้าบุหรี่ โดยแจ้งราคาบุหรี่นำเข้า ราคาซองละ 7 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำเกินจริง แต่ราคาขายปลีกซองละ 145 บาท จึงเป็นการเลี่ยงภาษี รวมแล้วประมาณ 6 หมื่นล้านบาทที่ไทยได้สูญเสียรายได้ส่วนนี้ไป โดยคดีนี้เป็น 1 ใน 12 คดีอาญา ที่ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการสอบสวนคดีให้แล้วเสร็จ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค.62 นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย และประธานรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (ปี 2550-2551) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องนี้ยังมีผู้ไม่ทราบข้อเท็จจริงหลายประการ ซึ่งประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลไทยมีข้อมูล หลักฐานเพียงพอต่อการฟ้องร้อง บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ที่แจ้งราคานำเข้าบุหรี่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้เป็นคนละประเด็นกับกรณีการที่รัฐบาลไทยถูกฟ้องร้องจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่องค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งการพิจารณาข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิก ไม่เหมือนกับการฟ้องศาล ซึ่ง WTO จะแต่งตั้งสมาชิก Panel 3 คนจากประเทศต่างๆ มาพิจารณาและวินิจฉัยในการนี้เป็นการสรุปให้ประเทศคู่กรณีได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือวิธีการต่างๆ ไม่มีการปรับเป็นตัวเงิน

"นายกฯ เคยปรารภกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านหนึ่งว่า ท่านเป็นห่วงว่ากรณีพิพาทที่เกิดขึ้น อาจทำให้ประเทศต้องเสียค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งผมได้อธิบายให้ท่าน รมช.สาธารณสุขท่านนั้น ให้ไปเรียนอธิบายแก่ท่านนายกฯ แล้ว "

จากเหตุนี้ ผมและนักวิชาการควบคุมยาสูบ 53 คน ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้รัฐบาลดำเนินการฟ้องร้องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ต่อให้สำเร็จ พร้อมทั้งส่งข้อมูลสนับสนุนการดำเนินการให้แก่คณะอัยการด้วย เนื่องจากกรณีนี้ทำให้ประเทศชาติเสียหายมากแล้ว โดยสูญเสียรายได้ถึง 6 หมื่นล้านบาท ยังไม่นับความสูญเสียทางสุขภาพของประชาชนในประเทศที่ตกเป็นเหยื่อยาสูบอีกจำนวนมาก" นพ.หทัย กล่าว

นพ.หทัย กล่าวต่อว่า กรณีการฟ้องร้องต่อ WTO ไม่ทราบว่าเหตุใดรัฐบาลฟิลิปปินส์จึงเป็นผู้ฟ้องรัฐบาลไทย แต่ข้อมูลปรากฏคือ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ เป็นผู้มีพระคุณต่อรัฐบาลฟิลิปปินส์ เมื่อปี ค.ศ. 2000 บริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ ได้ลงทุน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ สร้างโรงงานบุหรี่ขนาดมหึมาที่กรุงมนิลา นับเป็นการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดจากต่างประเทศ ซึ่งข้อพิพาทใน WTO นี้เคยมีภาคประชาสังคมของฟิลิปปินส์ออกมาตำหนิรัฐบาลของตนเองที่ต้องมาทะเลาะกับไทยซึ่งเป็นเพื่อนที่น่ารักด้วย

ด้าน ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิจัยจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า อยากขอท้วงถามรัฐบาลไทยภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศที่จะเป็นเกณฑ์ในการใช้ดุลยพินิจของอัยการเพื่อการถอนฟ้องคดี ควรชั่งน้ำหนักระหว่าง “สุขภาพของคนไทย” หรือ “ผลประโยชน์ของบริษัทบุหรี่” และพันธกรณีที่ไทยมีต่อองค์การอนามัยโลกด้วย เพราะจากเนื้อหาของเอกสารลับขอให้นายกฯ ล้มคดียื่นฟ้องบริษัท ฟิลลิป มอร์ริสฯ มีเรื่อง “น่าแปลกใจและน่าเป็นห่วงมาก” ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงแต่พันธกรณีของไทยภายใต้ WTO แต่กลับลืมคำนึงไปว่า ไทยก็มีพันธกรณีตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (FCTC) ด้วยเช่นกัน ซึ่งไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของ FCTC เมื่อปี 2547 ดังนั้น การตีความพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศของทั้ง 2 องค์กรระหว่างประเทศ จึงต้องตีความให้สอดคล้องร่วมกัน ไม่ใช่คำนึงถึงแต่พันธกรณีเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นการเฉพาะ

“FCTC ได้กล่าวถึงพันธกรณีเรื่องการคุ้มครองนโยบายควบคุมยาสูบจากผลประโยชน์ทางการค้าโดยมุ่งเน้นเรื่องความโปร่งใสกับการมีปฏิสัมพันธ์กับบริษัทบุหรี่เพื่อป้องกันการแทรกแซง แต่ท่านรองนายกรัฐมนตรี กลับได้รับเอกสาร “ลับที่สุด” จากรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อขอให้ล้มคดีบริษัทบุหรี่ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไทยกำลังผิดพันธกรณีที่มีต่อองค์การอนามัยโลกด้วย”ดร.วศิน กล่าว

ข่าวอื่นๆ