คุกอีก 20ปี "พล.ท.มนัส" ฟอกเงิน-ค้ามนุษย์โรฮีนจานับรวม2คดีโดน47ปี

  • วันที่ 15 พ.ค. 2562 เวลา 06:53 น.

คุกอีก 20ปี "พล.ท.มนัส" ฟอกเงิน-ค้ามนุษย์โรฮีนจานับรวม2คดีโดน47ปี

ศาลอาญา ตัดสิน จำคุกอีก 20 ปี "พล.ท.มนัส" อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ฟอกเงิน-ค้ามนุษย์โรฮีนจากว่า 400 ล้าน รวมคดีเก่าค้ามนุษย์ อีก 27 ปี เป็น 47 ปี

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงินกลุ่มค้ามนุษย์โรฮีนจาหรือโรฮีนจา หมายเลขดำ ฟย.16/2559 ที่ พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชลชาสน์ ไชยมณี กับพวกรวม 54 คนเป็นจำเลยที่ 1-54 ซึ่งจำเลยคนสำคัญ คือ นายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล ตัวการใหญ่ค้ามนุษย์ ใน จ.สตูล จำเลยที่ 14  , นายบรรณจง ปองผล  หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ ตัวการเครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.สงขลา จำเลยที่ 45 , พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46, ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ อดีตรอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47, พ.ต.ท.ชาญ อู่ทอง สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48   ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตามพ.ร.บป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินพ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 6, 9, 60 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91

ซึ่งโจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างปี 2554 -2558 พวกจำเลยได้สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินจากการค้ามนุษย์โรฮีนจาหรือโรฮิงญา โดยร่วมกันเปิดบัญชีธนาคารรับโอนเงิน ฝากเงิน เพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินอันเป็นการฟอกเงิน  โดยมียอดเงินหมุนเวียนในการกระทำความผิด รวม 443,389,468 บาท ซึ่งนำเงินแปรสภาพเป็นทรัพย์สินต่างๆ เช่น นำไปซื้อที่ดิน 27 แปลง ใน จ.สตูล มูลค่า 7,709,308 บาท , นำไปแปรสภาพก่อสร้างโรงแรมมายด์เซเว่น มูลค่า 27 ล้านบาท , นำไปซื้อรถยนต์ 4 คัน รวมราคา 14.1 ล้านบาท , เรือ 2 ลำ ราคา 4.5   ล้านบาท และ ราคา 1.6 ล้านบาท เป็นต้น เหตุเกิดที่ จ.ระนอง , จ.สงขลา , จ.สตูล , จ.กระบี่  เกี่ยวพันกัน โดยจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขณะที่จำเลย 54 คนมีทั้งที่ได้รับการประกันตัวและถูกคุมขังในเรือนจำ ซึ่งจำเลยจำเลยสำคัญกลุ่มโกโต้ง - พล.ท.มนัส ทั้ง 5 คนถูกคุมขังจากผลคดีอาญาค้ามนุษย์โรฮีนจาหรือโรฮิงญาชาวเมียนมาและบังกลาเทศอยู่

ขณะที่ "ศาล" พิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้ว เห็นว่า การกระทำของ "นายบรรณจง" หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ จ.สงขลา , พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก , ร.ต.ต.นราทอน อดีต รอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง , พ.ต.ท.ชาญ  อดีต สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 45-48 เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5(1)(2) ,6(1) , 9 วรรคหนึ่ง วรรคสอง ,10 วรรคหนึ่ง , 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 ฐานสมคบตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการ ร่วมกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯ โดยจำเลยที่ 45-48 เป็นผู้บริหารท้องถิ่น ข้าราชการทหาร และตำรวจ จึงต้องระวางโทษเป็น 2 เท่า  

โดยพิพากษาให้จำคุก 20 ปี "นายบรรณจง" หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 46  , พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก จำเลยที่ 46 จำคุก 2 ข้อหา รวมเวลา 40 ปี แต่รวมโทษตามกฎหมายแล้วจำคุกสูงสุด ตามประมวลกฎหมายมาตรา 90(2) จำคุกไว้ทั้งสิ้น 20 ปี , ร.ต.ต.นราทอน อดีต รอง สว.ป.กก.สส.ภ.จว.ระนอง จำเลยที่ 47 ให้จำคุก 12 ปี , พ.ต.ท.ชาญ อดีต สว.ธร.สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 48 ให้จำคุก 10 ปี

ให้จำคุก นายชลชาสน์ จำเลยที่ 1 , นายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 14 ร่วมกับ จำเลยที่ 5,11,12,13,16,17,19,20,22,27 รวม 12 คน ฐานร่วมกันฟอกเงิน คนละ 10 ปี

ให้จำคุก จำเลยที่ 8,54 คนละ 8 ปี , จำคุกจำเลยที่ 35 เป็นเวลา 6 ปี , จำคุกจำเลยที่ 53 กำหนด 5 ปี , จำคุกจำเลยที่ 15,26,42 คนละ 4 ปี , จำคุกจำเลยที่ 2,3 คนละ 3 ปี , จำคุกจำเลยที่ 51 ไว้ 2 ปี , จำคุกจำเลยที่ 21,37,52 คนละ 1 ปี ฐานร่วมกันฟอกเงิน และจำคุกจำเลยที่ 30 ฐานร่วมกันฟอกเงิน 2 ข้อหารวมเวลา 16 ปี

ให้จำคุกอีก 14 คนฐานสนับสนุนกระทำความผิดฟอกเงิน ประกอบด้วย จำเลยที่ 4 จำคุก  7 ปี , จำเลยที่ 6,34 จำคุกคนละ 2  ปี , จำเลยที่ 7 จำคุก 8 ปี , จำเลยที่ 10,31,36,43 จำคุกคนละ 10 ปี , จำคุกจำเลยที 24,41 คนละ 3 ปี , จำเลยที่ 32 ไว้ 2 ปี  , จำเลยที่ 38 จำคุก 1 ปี , จำเลยที่ 40 จำคุก  5 ปี และจำเลยที่ 50 จำคุก 4 ปี

และพิพากษาให้ยกฟ้อง นายณัฐวุฒิ ระวังภัย จำเลยที่ 8 , น.ส.ศิริพร อุดมฤกษ์ จำเลยที่ 9 , นายวิทยา จีระธัญญาสกุล จำเลยที่ 18 , นายหมุดสอและ  กำพวน จำเลยที่ 23 , นายอาแซ เจ๊บากา จำเลยที่ 25 , นายจารึก สุวรรณรัตน์ จำเลยที่ 28 , นางศรัญญา เตะมาหมัด จำเลยที่ 29 ,น.ส.ฉันทนา วันทอง จำเลยที่ 33 , นายประสิทธิ์  เหล็มแหล๊ะ จำเลยที่ 44 และ ร.อ.วิสูตร์ บุนนาค จำเลยที่ 49 รวม 10 คน เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง 10 คนนี้ร่วมกระทำผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 ก.ค.60 ศาลอาญา ได้มีคำพิพากษาคดีค้ามนุษย์โรฮีนจาหรือโรฮิงญา คดีหมายเลขดำที่ คม.19,27, 28, 29, 32, 35, 36, 40, 41, 47, 63/2558 และคดีหมายเลขแดงที่ คม. 33, 34, 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41, 42, 43/2560 รวม 11 สำนวน จำเลยรวม 103 คน ซึ่งมีทั้งข้าราชการทหาร , ตำรวจ กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น และกลุ่มพลเรือน

โดยจำเลยสำคัญ เช่น นายบรรณจง หรือโกจ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1, นายอ่าสันหรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และนายประสิทธิ์หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 ถูกพิพากษาจำคุกคนละ 78 ปี ฐานค้ามนุษย์บุคคลที่อายุไม่เกิน 15 ปีและอายุเกิน 15 ปี กับอายุเกิน 18 ปี และมีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติฯ

นายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อดีตนายก อบจ.สตูล จำเลยที่ 29 ถูกตัดสินจำคุก 75 ปี        ส่วน พล.ท.มนัส อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก จำเลยที่ 54 , พ.ต.ท.ชาญ จำเลยที่ 31 , ร.ต.ต.นราทอนจำเลยที่ 33 และนายอาบู หรือส.จ.บู ฮะอุรา อดีต ส.อบจ. อ.ควนโดน จ.สตูล จำเลยที่ 14 ศาลตัดสินจำคุกคนละ 27 ปี

จำคุก นายซอเนียง อานู หรืออันวา หรือโซไนท์ จำเลยที่ 46 สัญชาติเมียนมา เป็นนายหน้าขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย จำคุกสูงสุด 94 ปี

โดยศาลยังให้จำเลยกับพวกรวม 62 รายที่ศาลพิพากษาลงโทษด้วยตั้งแต่ 11 ปี 6 เดือน - 94 ปีนั้นร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหายกับผู้เสียหายทั้งที่เป็นเด็กชาย 7 ราย กับและผู้เสียหายที่อายุกว่า 15 -18 ปี จำนวน 58 คนด้วย ตั้งแต่รายละ 50,000 - 159,000 บาท รวมเป็นเงิน 4,400,250 บาท

ซึ่งปัจจุบันคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา หรือโรฮิงญาดังกล่าวก็อยู่ระหว่างการอุทธรณ์คดี

ข่าวอื่นๆ