ฟันให้ออก!!ตร.ชุดปราบยา"นอกรีต" อุ้ม 2 หนุ่มลพบุรีรีดเงินแสนคดียา

วันที่ 18 เม.ย. 2562 เวลา 07:24 น.
ฟันให้ออก!!ตร.ชุดปราบยา"นอกรีต" อุ้ม 2 หนุ่มลพบุรีรีดเงินแสนคดียา
ตำรวจซ้อนแผนจับ ชุดปราบยาเสพติดนอกรีต ตั้งแก๊งโจร อุ้ม 2 หนุ่มลพบุรีรีดเงินแสนคดียา  ฟันให้ออก “บิ๊กแป๊ะ” ฮึ่ม!ไม่เอาไว้

เมื่อเวลา22.00น.วันที่ 17เม.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ  พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองโฆษกตร.)กล่าวถึงกรณีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดป้องกันปราบปรามปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 เรียกค่าไถ่ผู้ต้องหาคดียาเสพติดว่าได้รับรายงานจาก ตำรวจภูธรภาค 1 ว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 62 เวลาประมาณ 20.00 น. ญาติผู้เสียหาย ได้มาแจ้งที่ สภ.เมืองลพบุรี ว่าเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันเดียวกัน ญาติของตน2 คน ถูกชายฉกรรจ์คล้ายตำรวจบุกจับตัว ภายในบ้านไม่มีเลขที่หมู่บ้านดินสอพองหมู่สี่ ต.ทะเลชุบศร อ.เมืองลพบุรีในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด จากนั้นญาติๆได้ตรวจสอบมาที่ สภ.เมืองลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อที่จะขอเยี่ยมและประกันตัว แต่เจ้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้แจ้งว่าไม่มีการจับกลุ่มบุคคลดังกล่าวและไม่มีการส่งตัวมาดำเนินคดีแต่อย่างใด

“ต่อมา ผู้เสียหายได้โทรศัพท์มาหาญาติที่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี แจ้งว่าถูกจับกุมและต้องการเงิน 150,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้เสียหายทั้งสอง ญาติผู้เสียหายจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ทราบ  จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี ได้มีการวางแผนร่วมกันโดยให้ญาติผู้เสียหายโทรศัพท์นัดหมายสถานที่เพื่อจ่ายเงินแลกกับการปล่อยตัวผู้เสียหายทั้งสองราย เมื่อญาติผู้เสียหายเดินทางมาถึงสถานที่นัดหมายและได้พบรถยนต์ของชายต้องสงสัยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองลพบุรี จึงแสดงตัวและทำการจับกุมผู้ต้องหากับพวกรวม 4 นาย พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ดำเนินการตามกฎหมาย จากการตรวจสอบผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ได้ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันพยายามกรรโชกทรัพย์และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมกันนี้ พล.ต.ท.อำพล  บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด”พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว

รองโฆษกตร.กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยหากพบว่าได้กระทำความผิดขึ้นจริง ให้ดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ซึ่งที่ผ่านมา ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจหน้าที่ ประพฤติผิดในทางมิชอบ แสวงหา หรือ เรียกรับผลประโยชน์ หรือ ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต ยุติธรรม  ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย และยังมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วนให้ผู้บังคับบัญชาควบคุม เสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 ในการ กวดขัน กำกับ ดูแล สอดส่องความประพฤติและพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจภายใต้การปกครองบังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ให้ดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี

“ในยุคของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. ได้มีการดำเนินทางวินัยและอาญากับตำรวจที่ประพฤติตนนอกรีตมาโดยตลอด พร้อมกับมีคำสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรง เช่น ปลดออก ไล่ออก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติตนนอกรีตดังกล่าวเช่นเดียวกัน”พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว