ราวมีใบสั่ง! หมอจุ๊ก มองปมบุกจับกัญชาที่มูลนิธินิธิข้าวขวัญ

วันที่ 07 เม.ย. 2562 เวลา 10:21 น.
ราวมีใบสั่ง! หมอจุ๊ก มองปมบุกจับกัญชาที่มูลนิธินิธิข้าวขวัญ
นพ.สุภัทร มองการบุกจับกัญชาที่มูลนิธินิธิข้าวขวัญและเตรียมเรียกประธานฯอาจมีใบสั่ง-จี้กระทรวงสาธารณสุขและพรรคภูมิใจไทยออกมาปกป้อง

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือ หมอจุ๊ก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร บุกตรวจค้นที่ทำการมูลนิธินิธิข้าวขวัญ ในอ.เมืองสุพรรณบุรี และจับกุมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พร้อมของกลางกัญชา 200 ต้น น้ำมันสกัดจากกัญชา กัญชาบดแห้งและเมล็ดกัญชาตากแห้ง นอกจากนี้ยังเตรียมออกหมายเรียก นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันผลิตกัญชาและครอบครองกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ว่า กระทรวงสาธารณสุข และพรรคภูมิใจไทย ควรออกมาปกป้องครูภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านตัวจริงเสียงจริง อาจารย์เดชา ศิริภัทร

พืชเป็นยาอยู่แล้ว และอาหารก็ควรกินให้เป็นยาด้วย อาจารย์เดชา ศิริภัทร เคยบอกไว้นานมากแล้วตั้ั้งแต่ 25 ปีที่แล้วสมัยที่ผมเป็นนิสิตแพทย์ และได้มีโอกาสฟังอาจารย์เดชา เสวนาเรื่องราวของเกษตรกรรมยั่งยืนการปลูกพืชด้วยกระบวนการอินทรีย์ที่ไม่ใช้สารเคมี

ไม่กี่วันมานี้อาจารย์เดชา ถูกตำรวจเข้าตรวจค้นมูลนิธิขวัญข้าวและออกหมายจับข้อหาว่าด้วยการครอบครองกัญชา อาจารย์เดชาเป็นปูชนียบุคคลภูมิปัญญาที่อุทิศชีวิตและเวลาเพื่อศึกษาการใช้พืชเป็นยารักษามะเร็ง โดยเฉพาะกัญชา เพื่อรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่สิ้นหวังกับการแพทย์แผนปัจจุบัน

แนวคิดหมอแผนปัจจุบันเรียนตามก้นฝรั่งเช่นพวกผมนั้น รักษามะเร็งด้วยการผ่าตัดเอาก้อนนั้นทิ้งให้มากที่สุดแล้วตามด้วยการฉายแสงและฉีดยาเคมีอันตรายเข้าไปฆ่าล้างเผ่าพันธ์เซลล์มะเร็ง ผลคือเซลล์มะเร็งตายหรือปางตาย แต่เซลล์ดีๆของร่างกายเราก็พลอยตายหรือปางตายไปด้วย ร่างกายเสื่อมทรุด ทุกข์ทนสาหัส

ส่วนกัญชานั้น สามารถช่วยในผู้ป่วยมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแน่ ด้วยการลดความปวดจากมะเร็ง ช่วยลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัดและเพิ่มความอยากอาหาร รวมทั้งช่วยลดความเครียดกังวล ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมาก และในวารสารวิจัยของต่างประเทศมีการศึกษาชัดเจนว่า มะเร็งสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ด้วย ดังนั้นนานาชาติจึงเริ่มเปลี่ยนมุมมอง ประกาศให้กัญชาคือยารักษาโรค

ส่วนกฎหมายไทยล้าหลังไม่ทันการเปลี่ยนแปลง อันนี้เข้าใจได้ แต่การที่ ปปส.และตำรวจออกหมายเรียกอาจารย์เดชา ศิริภัทร นั้นอาจมีอะไรอยู่เบื้องหลัง อาจารย์เดชาปลูกและศึกษากัญชารักษาโรคมาหลายปี ทำไมเพิ่งมาจับ ราวกับมีใบสั่งจากคนใหญ่คนโต อาจเพราะกลุ่มทุนใหญ่รอเขมือบผูกขาดการปลูกการผลิตกัญชาเป็นยา จึงวางแผนลงมือเชือดไก่ให้ลิงดู

อาจารย์เดชา ศิริภัทรคือครูภูมิปัญญาและผู้นำที่กล้าหาญ ควรที่กระทรวงสาธารณสุขจะยื่นมือไปช่วยเหลือในกรณีนี้อย่างเต็มที่ นี่คือหน้าที่ในฐานะที่ สธ.เป็นสถาบันเสาหลักของการต่อสู้กับมะเร็ง พรรคภูมิใจไทยก็เช่นกัน อย่าเอาแต่กัญชามาหาเสียง แต่กลับละเลยการปกป้องอาจารย์เดชา แบบนี้ไม่แมนครับ”