"เอกชัย"ยื่นขอยธ.คุ้มครองพยานหลังถูกทำร้าย-เผารถ

  • วันที่ 02 เม.ย. 2562 เวลา 14:46 น.

"เอกชัย"ยื่นขอยธ.คุ้มครองพยานหลังถูกทำร้าย-เผารถ

"เอกชัย"ร้องยธ.ขอคุ้มครองพยาน ด้านรองปลัดยธ. แจงเงื่อนไขได้รับคุ้มครอง ห้ามเคลื่อนไหวกิจกรรมการเมือง อยู่ในสายตาเจ้าหน้าที่ 24 ชม.

เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 62 นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวกิจกรรมทางการเมือง เข้ายื่นคำร้องต่อสำนักคุ้มครองพยานกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ เพื่อขอคุ้มครองพยานในฐานะเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา หลังจากถูกทำร้ายร่างกายหลายครั้งยังไม่สามารถจับตัวผู้กระทำผิดได้และล่าสุดถูกราดน้ำมันเผารถยนต์ส่วนตัวที่เก็บเอกสารบัญชีรายชื่อยืนถอดถอนกกต. ซึ่งจอดไว้หน้าบ้าน

เจ้าหน้าที่สำนักคุ้มครองพยานได้ให้นายเอกชัยเขียนคำร้องและเหตุในการขอเข้าคุ้มครองพยาน พร้อมชี้แจงเงื่อนไขให้นายเอกชัยรับทราบกรณีที่จะได้รับการคุ้มครองพยานตามพ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญามี 2 มาตราคือ มาตรา 6 กรณีที่พยานเกรงว่าจะไมได้รับความปลอดภัย พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาหรือสำนักคุ้มครองพยานอาจจะจัดให้พยานอยู่ในความคุ้มครองตามที่เห็นสมควร หรือตามที่ได้ร้องขอ

ซึ่งระหว่างนี้เจ้าหน้าที่สำนักคุ้มครองพยานจะต้องสอบสวนพยานหลักฐานและสืบเสาะพฤติกรรมของผู้ร้องว่าเข้าข่ายจะได้รับการคุ้มครองพยานหรือไม่และจะประสานกับตำรวจพื้นที่ๆ ผู้ร้องอาศัยอยู่ให้ดูแลความปลอดภัยก่อน

เมื่อเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดแล้วจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการคุ้มครองพยานพิจารณาโดยจะให้เวลาประมาณ 20 วัน และมาตรา 7กรณีครอบครัวพยานไม่ได้รับความปลอดภัยสามารถขอให้คุ้มครองครอบครัวของพยานได้

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า หลังกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ รับคำร้องแล้วจะสอบปากคำผู้ร้องและลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พฤติกรรมตรวจสอบข้อมูลการโทรศัพท์ของผู้ร้องว่ามีความไม่ปลอดภัยอย่างไร มีผู้โทรมาข่มขู่คุกคามหรือไม่ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการคุ้มครองพยานพิจารณาความร้ายแรงของคดีเพื่อจะพิจารณาว่าจะให้การคุ้มครองพยานแบบทั่วไปหรือคุ้มครองพยานแบบพิเศษ โดยคณะกรรมการฯสามารถเรียกนายเอกชัยมาให้ข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ซึ่งหากได้รับการคุ้มครองพยานแบบพิเศษ ผู้ที่อยู่ในความคุ้มครองจะต้องอยู่ในเซฟเฮาส์และอยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ 24 ชั่วโมง โดยกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯจะดูแลค่าที่พักและค่าอาหารให้ ไม่สามารถไปไหนมาไหนได้ปกติ

รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ได้รับการคุ้มครองพยานแบบทั่วไป เมื่อผู้อยู่ในความคุ้มครองพยานต้องการเดินทางไปไหนมาไหนจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเช่นกันและต้องงดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือส่อในทางที่ถูกข่มขู่คุกคาม เนื่องจากถือว่าอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แล้ว หากเป็นอะไรไปเจ้าหน้าที่ก็ถือมีความผิด

สำหรับการขอคุ้มครองพยานเพื่อเดินทางไปขึ้นศาลถือเป็นการคุ้มครองพยานแบบทั่วไป ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิ์ฯ อาจทำเองหรือประสานตำรวจท้องที่ดำเนินการก็ได้

“หากการคุ้มครองพยานและเกิดความเสียหายโดยตรงต่อการทำผิดอาญาโดยเจตนาเช่น กรณีที่รถยนต์ถูกเผาก็ให้ประเมินหรือเทียบเคียง โดยกระทรวงยุติธรรมะจ่ายชดเชยค่าเสียหายไม่เกิน 5 หมื่นบาท แต่ถ้ามีสินไหมประกันจ่ายแล้วก็จะไม่ได้รับค่าชดเชยในส่วนนี้และหากไม่ได้รับคุ้มครองก็สามารถเขียนคำร้องอุทธรณ์ขอให้รับคุ้มครองพยานได้อีกครั้งตามกฎหมายกำหนดภายใน 30 วัน”รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว

ข่าวอื่นๆ