Political Angel สวย-มั่น-กล้า-แกร่ง พร้อมตะลุยเลือกตั้ง

  • วันที่ 19 ม.ค. 2562 เวลา 10:10 น.

Political Angel สวย-มั่น-กล้า-แกร่ง พร้อมตะลุยเลือกตั้ง

โดย ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

ต้องยอมรับว่าโลกในยุค 4.0 ปัจจุบันนี้เปิดกว้างให้บรรดาสาวสวยและเก่งไม่แพ้บุรุษอกสามศอกได้เข้ามามีบทบาทแทบทุกแวดวงอาชีพ ไล่เรียงตั้งแต่ด้านอสังหาริมทรัพย์ การตลาด เรื่อยไปจนถึงการเมือง ซึ่งวันนี้เหล่าบรรดานางฟ้าการเมืองใช่พกเพียงแค่ความงาม แต่ยังมาพร้อมกับความสามารถ ความกล้า ความมั่นใจ ความแกร่ง โดยเตรียมสวมเสื้อสมัคร สส.ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

เริ่มด้วย ศิริภา อินทวิเชียร หรือ แนน ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อและรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ดีกรีจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ระดับปริญญาโท คณะการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ เอกการเงิน มหาวิทยาลัยรีเจนท์ ลอนดอน และปริญญาโทใบที่สอง คณะรัฐศาสตร์ เอกการเมืองการปกครอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เธอเล่าว่า การตัดสินใจเข้ามาสู่เส้นทางการเมือง เริ่มจากตัวเองนั้นเป็นเด็กอยู่ใน จ.นครศรีธรรมราช และต้องเดินทางไปเรียนหนังสือที่ จ.ภูเก็ต จึงทำให้เห็นถึงความแตกต่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา จนมีความรู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำ จากนั้นได้มีโอกาสเข้ามาทำงานด้านอาสาพัฒนา และรู้ว่าถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายจะไม่สามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ในภาพรวมได้เลย

แนน บอกว่า จากวันนั้นเลยทำให้สนใจงานด้านการเมืองจนได้มีโอกาสเข้ามาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งส่วนตัวอยากเข้ามาช่วยทำโครงการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาชุมชน เมื่อได้เข้ามาแล้วก็เริ่มไปทำงานกับสภาปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. ด้านการเมือง จากการชักชวนของชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และทำให้มีโอกาสมาเรื่อยๆ ในพรรค

เธอยังบอกว่า สิ่งที่อยากทำมากที่สุดหากได้เข้ามานั่งในสภาผู้แทนราษฎรคือในเรื่องของการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ที่อยากทำเรื่องนี้เพราะเห็นตัวอย่างของประชาชนใน จ.นครศรีธรรมราช หากป่วยหนักต้องเดินทางไปรักษาใน จ.ตรัง หรือถ้าหากเกิดกรณีผ่าตัดใหญ่ก็ต้องไป อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

“ระยะเวลาเดินทางสำหรับผู้ป่วยในการเดินทางแต่ละครั้งค่อนข้างยาวนาน แต่เครื่องมือทางการแพทย์ใน จ.นครศรีธรรมราช ไม่พร้อมเหมือนกับจังหวัดที่กล่าวมาข้างต้น หากเกิดเหตุสุดวิสัยผู้ป่วยอาจเสียชีวิตระหว่างเดินทางก่อนเข้ารับการรักษาได้ จึงอยากพัฒนาคุณภาพตรงนี้ให้เกิดความเท่าเทียมกัน ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องเดินทางไกล”

ต่อมา มณีวรรณ เกตุบุญลือ หรือแอร์ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯเขตราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ พรรคเสรีรวมไทยมีดีกรีจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ จากมหาวิทยาลัยสยาม ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ซึ่งกำลังทำวิจัย “การจัดการความปลอดภัยปัญหายาเสพติด ด้วยกองทุนแม่ของแผ่นดินของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน รัชกาลที่ 9”

แอร์ เล่าถึงการตัดสินใจมาทำงานการเมืองครั้งนี้ว่า ไม่ได้มีใครชักชวน แต่พอทราบพรรคเสรีรวมไทยมีแนวคิดและนโยบายหลายๆ ด้าน ซึ่งตรงกับมุมมองความคิด จึงตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค และส่วนตัวมีความต้องการอยากทำหน้าที่ สส.เพื่อรับใช้ประชาชน

ขณะเดียวกัน อยากผลักดันนโยบายต่างๆ ให้ตรงตามความต้องการของคนรุ่นใหม่ ซึ่งส่วนตัวอยากเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลง เพราะตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมาพบการคอร์รัปชั่นทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงอยากใช้ประสบการณ์ที่เรียนมาทั้งหมด ในฐานะคนรุ่นใหม่ หรือ New Gen มาประยุกต์ใช้พัฒนาบ้านเมืองให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

“เราเติบโตมากับสังคมไทย เรารู้ถึงปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะการคอร์รัปชั่นทางการเมือง จึงอยากเห็นนักการเมืองมีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะปัจจุบันปัญหาการเมืองเกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชั่นยังคงมีอยู่มาก ซึ่งพรรคเสรีรวมไทยตอบโจทย์การแก้ปัญหาตรงนี้ได้มากที่สุด โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค มีชื่อเสียงประจักษ์ในความซื่อสัตย์สุจริตและในฐานะคนรุ่นใหม่ จึงอยากเข้ามาสนับสนุนการทำงานตรงนี้ให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม”

สำหรับการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาถึงนั้นแอร์ ยอมรับว่า ไม่มีความกังวล และหัวหน้าพรรคย้ำเสมอว่าการรับใช้ประชาชนตัวเองต้องมีความพร้อมก่อน ดังนั้น ส่วนตัวมีความพร้อมมาก แต่หากไม่มีการเลือกตั้ง นั่นคือสิ่งที่น่ากังวลที่สุด ซึ่งส่วนตัวพร้อมสู้ในทุกกฎกติกา

ถัดมา โยธากาญจน์ ฟองงาม หรือ แมลงปอ ว่าที่ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี พรรคพลังประชารัฐ ลูกสาวคนโตแสนสวยของ สุพล ฟองงาม อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ดีกรีจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยเธอเล่าว่า การมาลงการเมืองรอบนี้ไม่ได้มีใครชักชวน แต่เป็นการอาสามาด้วยตัวเอง อยากทำงานให้กับประชาชนในพื้นที่ เพราะติดตามข่าวสารบ้านเมืองตลอด เห็นถึงปัญหา จึงคิดว่าถ้าช่วยได้ก็อยากมาทำ

“แมลงปอตามคุณพ่อมาตั้งแต่ยังเด็กๆ ได้สัมผัสกับชาวบ้าน จนการเมืองซึมซับและปลูกฝังในตัวเรา เลยไปขออนุญาตคุณพ่อลง สส. ซึ่งคุณพ่อถามว่าไหวไหม เราตอบใจสู้เกิน 100% ซึ่งคุณพ่อสอนเสมอ ต้องจริงจัง มุ่งมั่นกับอาชีพและคนรอบข้างที่อยู่กับเรา ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”

แมลงปอ มองว่า สังคมไทยในอดีตเกิดปัญหาเรื่องการแบ่งฝ่าย ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งตรงนั้นรวมถึงประเทศชาติ อีกทั้งต่างประเทศก็ไม่เชื่อมั่นในประเทศไทย การท่องเที่ยวถดถอย ส่วนตัวอยากให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป จึงอยากมาสร้างความสามัคคี และโดยเฉพาะเศรษฐกิจให้กลับคืนมา

แมลงปอ บอกว่า ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบจากการลงพื้นที่ คือ เรื่องปากท้อง จึงอยากพัฒนาในเรื่องศูนย์อาชีพตามชุมชนของ อ.วารินชำราบ เพราะพื้นที่นี้ยังมีเรื่องการท่องเที่ยว สินค้าต่างๆ ของชาวบ้าน อาทิ งานหัตถกรรม เครื่องจักสาน หรือผ้าทอมือ ซึ่งสิ่งต่างๆ ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่บ้าง แต่ก็จะทำอย่างเต็มร้อย แม้เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่พ่อก็ทำหน้าที่พี่เลี้ยงคอยแนะนำตลอด สำหรับเรื่องการย้ายพรรคของพ่อมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่เข้าใจ เพราะจากการลงพื้นที่ทุกคนยังให้การตอบรับเป็นอย่างดีเสมอมา

ปิดท้ายด้วย ทัศน์ลักษณ์ ปัตตพงศ์ภัช หรือ เฟิร์ส ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เธอมีดีกรีจบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และปริญญาตรี นิติศาสตร์ จาก University of California สหรัฐอเมริกา ปริญญาโท คณะศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ สาขาการจัดการชั้นสูง มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต

เธอเล่าถึงความสนใจงานด้านการเมือง เริ่มจากตั้งแต่เด็กสมัยเรียนอยู่ในโรงเรียนนานาชาติ ได้มีโอกาสได้ทำงานจิตอาสาจึงทำให้เกิดความรู้สึกชอบตั้งแต่ตอนนั้นไม่ว่าจะช่วยเหลือคนอื่นหรือเพื่อน และเรียนรู้จากการเป็นหัวหน้าห้องในเรื่องความรับผิดชอบ จนทำให้ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก

เฟิร์ส บอกต่อว่า เมื่ออายุ 19 ปี ตอนกลับมาจากต่างประเทศได้มีโอกาสเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดรายการวิทยุให้กับสถานีวิทยุธรรมะแห่งหนึ่ง โดยมาทำหน้าที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับธรรมะเป็นภาษาอังกฤษให้ชาวต่างชาติได้ฟัง แต่การทำงานตรงนี้ไม่ได้รับเงินเดือนอะไร เพราะเป็นอาสาสมัคร

“เฟิร์สเป็นคนชอบทำงานจิตอาสาเลยทำด้านนี้มาตลอด แล้วตอนอายุ 22 ปี ก็มีโอกาสได้เข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยให้กับท่านจารุพงศ์ จีนาพันธ์ สว.สรรหา ต่อมาเป็นเลขานุการให้กับท่านนิคม ไวยรัชพานิชทำงานและร่วมงานกับกรรมาธิการ (กมธ.) เศรษฐกิจของวุฒิสภา คือเดินมาในสายนิติบัญญัติหรือการเมืองมาตลอด”

ส่วนการเข้ามาร่วมงานกับพรรคชาติไทยพัฒนานั้นมีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ประกอบกับนโยบายพรรค รวมถึง สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง อดีต สว. และอดีต สส.พรรคชาติไทย ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา และด้วยความผูกพันกับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณและบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรค จึงฝากฝังเข้ามาอยู่ในพรรคเมื่อเดือน มี.ค. 2556 และเป็นจุดเริ่มให้เข้ามาทำงานการเมืองอย่างเต็มตัว และถูกทาบทามให้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ แต่เนื่องจากขณะนั้นเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในทางการเมือง และเกิดรัฐประหารเมื่อเดือน พ.ค. 2557 ทำให้เว้นวรรคไป

เฟิร์ส บอกด้วยว่า ถ้ามีโอกาสได้เข้ามาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอยากจะผลักดันอย่างแรก ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับพรรค คือการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชนในเรื่องเกษตร สังคม โดยเฉพาะถ้าใครเรียนทางด้านเกษตรพรรคมีนโยบายให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี เพื่อให้กลับไปช่วยที่บ้านทำเกษตรกรรม

นอกจากนี้ ส่วนตัวมีความคิดอยากเข้ามาดูแลในเรื่องสังคม โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง และประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงในเรื่องของความรุนแรง รวมถึงเด็กตั้งแต่แรกเกิด การท่องเที่ยวและการกีฬา คือเน้น 30 นาทีชีวิตปลอดโรค เพื่อให้ประชาชนทุกคนหันมาออกกำลังกาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนตัวถือว่ามีความพร้อมมากกับการเลือกตั้งเพราะได้เตรียมตัวมาตั้งแต่ปี 2556

ข่าวอื่นๆ