2ผู้ต้องหาหญิงแจกเสื้อสหพันธรัฐไทนอนคุกหลังไร้ญาติประกันระหว่างฝากขัง

วันที่ 14 ม.ค. 2562 เวลา 18:48 น.
2ผู้ต้องหาหญิงแจกเสื้อสหพันธรัฐไทนอนคุกหลังไร้ญาติประกันระหว่างฝากขัง
2 ผู้ต้องหาหญิงแจกเสื้อติดธงสหพันธรัฐไทที่เชียงรายนอนเรือนจำ หลังไม่มีญาติยื่นประกันระหว่างฝากขัง เจอข้อหาปลุกปั่น-อั้งยี่

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พนักงานสอบสวนกองปราบปรามควบคุมตัว นางศิริเพ็ญ และ น.ส.สุคศิณี ผู้ต้องหาที่ 1-2 ชาว จ.เชียงราย คดีครอบครองเสื้อสหพันธรัฐไท มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกเป็นเวลา 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 - 23 ม.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานอีก 2 ปาก โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รับโอนสำนวนจากเชียงราย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาถูกฝากขังไว้ที่ศาลจังหวัดเชียงราย โดยพนักงานสอบสวนก็ได้ยื่นคำร้องขอถอนการฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองจากศาลจังหวัดเชียงรายไปแล้ว เพื่อนำมาฝากขังที่ศาลอาญาระหว่างการสอบสวนในระยะเวลาที่เหลือต่อไป

ขณะที่การยื่นฝากขังนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ก็ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองด้วย เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงเกรงว่าผู้ต้องหาทั้งสองคนจะหลบหนี

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ สรุปว่า เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 5 ธ.ค. 61 ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหน่วยข่าวในพื้นที่ เฝ้าสังเกตการณ์และตรวจสอบกรณีมี “กลุ่มสหพันธรัฐไท” ได้ปลุกระดมให้สมาชิกและแนวร่วมในพื้นที่ต่างๆ ออกมาแสดงกิจกรรมสวมใส่เสื้อดำติดธงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท ตามจุดต่างๆ เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งในพื้นที่ จ.เชียงราย ได้นัดชุมนุมกันที่ บริเวณลานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เชียงราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบ ผู้ต้องหาที่ 1-2 บริเวณห้างดังกล่าว โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้สวมใส่เสื้อสีดำติดแถบผ้ารูปธงสีขาวขนาบแดงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท และมีถุงใส่เสื้อสีดำติดธงสัญลักษณ์ 1 ถุงโดยมีเสื้อ 4 ตัว และถุงใส่แถบผ้าสีขาวขนาบแดงธงสัญลักษณ์สหพันธรัฐไท 140 ชิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่สอบถามแล้วได้ความว่าผู้ต้องหาทั้งสอง จะนำเสื้อและแถบผ้าธงสัญลักษณ์ไปแจกจ่ายให้กับคนอื่น ตามคำเชิญชวนของ “ลุง สนามหลวง” ที่ได้ฟังทางเว็บไซต์ยูทูป เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.61 เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันจับกุม และแจ้งข้อหากระทำการด้วยวิธีการใดใด ในลักษณะยุยงปลุกปั่นฯ และเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 , 209 ซึ่งชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสิ้นสุดเวลาทำการของศาลในการพิจารณาคำร้องฝากขัง และการพิจารณาประกันตัวแล้ว ไม่มีญาติยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสองแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำทั้งสองไปคุมขังไว้ที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างการฝากขังนี้ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต