รวบแล้วสาวผึ้ง! น้องของขวัญมโนหลอกเสี่ยนัทโอนไว

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2561 เวลา 16:59 น.

รวบแล้วสาวผึ้ง! น้องของขวัญมโนหลอกเสี่ยนัทโอนไว

นครบาลรวบนางนันท์นลิล หญิงสาวหลอกอ้างเป็นแม่ค้าสาวสวยลวงเงินเสี่ยหนุ่มเมืองจันทบุรี

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องแถลงผลจับกุม นางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ หรือ ผึ้ง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ที่ จ.58/2560 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ในข้อหาฉ้อโกง โดยจับกุมได้ย่าน การเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายได้รับความเสียหาย จากการถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินและได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยและติดตามหาคนร้ายรายนี้ โดยได้มีการขอความช่วยเหลือไปยังสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งขอความช่วยเหลือไปยังผู้สื่อข่าวหลายสำนักนั้น โดยหลังทาง ผบก.สส.บช.น. ได้ทราบเหตุดังกล่าวจึงสั่งการให้ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหารายนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้ก่อเหตุและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหาย ต่อมา กก.วิเคราะห์ข่าวฯจึงได้สืบสวนจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ จากนั้นจึงได้นำส่ง พงส.เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ได้สมัครแอพพลิเคชันจูโม่ (JAUMO) ซึ่งเป็นแอพที่สร้างโปร์ไฟล์ เพื่อทำการหาคู่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายเห็นรูปโปร์ไฟล์ ที่ทางคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปของตนเองก็ได้หลงเชื่อ จากนั้นได้มีการติดต่อเพื่อสนทนากันผ่านแอพพลิเคชันไลน์ ต่อมาทางคนร้ายได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆนานา จนผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปหลายครั้งเป็นเงินรวม 89,330 บาท จากนั้นคนร้ายก็ได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทางผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหายรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกแล้วจึงได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ต่อมามีผู้เสียหายอีกรายที่ถูกคนร้ายนำรูปของตนเองมาใช้ทำให้ชื่อเสียง ตนเองได้รับความเสียหาย ก็ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก การกระทำดังกล่าวของคนร้ายทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่ได้แจ้งความแล้ว และยังไม่แจ้งความทาง บก.สส.บช.น. จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลของคนร้ายและสืบสวนติดตามจับกุมจนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่าทำลักษณะนี้มา 6-7 ครั้ง ในเวลา 3 ปี โดยจะสมัครแอพพลิเคชั่นหาเพื่อน เพื่อทำความรู้จัก เมื่อทำความรู้จักและสนิทก็จะแลกไอดีไลน์ จากนั้นก็มีการส่งรูปและพูดคุยเพื่อยืมเงิน ได้อ้างของเงินเติมน้ำมันรถ ซื้อน้ำหอม เดือดร้อนทางการเงิน โดยใช้ภาพของบุคคลอื่นที่ได้ตามโซเชียลมาใช้หลอกลวงผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อโอนเงินมาให้ จากนั้นก็จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และไม่สามารถติดต่อได้ มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า ในโลกสังคมปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ง่าย และ มีความสะดวก รวดเร็ว เป็นอย่างมาก จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ขนาดคำกล่าวที่ว่า “ รู้หน้า ไม่รู้ใจ ” ยังว่าดูยากแล้ว แต่สำหรับเคสนี้ “รู้หน้า ก็ยังไม่รู้ ว่าเป็นใคร” นั้นดูยากยิ่งกว่า เพราะพี่น้องประชาชน อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมา เพื่อประสงค์ต่อชีวิต และทรัพย์สินของท่าน เหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

ในส่วนของผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากผู้เสียหายรายใดยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อจะได้อายัดตัวผู้ต้องหานี้ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้หากมีเบาะแส หรือ มีข้อสงสัยว่าจะถูกหลอกลวง สามารถให้ เบาะแส หรือ ขอคำปรึกษาได้ที่ เฟซบุ๊ก “วิเคราะห์ข่าว นครบาล” ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการแถลงข่าวครั้งนี้มีนายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ เจ้าของฉายา “นัท โอนไว” และน.ส.อริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี หญิงสาวผู้เสียหายอีกรายที่อยู่ในรูปโปรไฟล์ของน้องขวัญ ที่ถูกนำภาพตัวเองไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่น เข้ามาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย ด้านนางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ ผู้ต้องหา กล่าวว่า สาเหตุที่ก่อเหตุ เพราะไม่มีเงิน และต้องเลี้ยงลูก 2 คน โดยก่อนหน้านี้เคยเล่นมาแล้วหลายแอป แต่ไม่สำเร็จ จนมาเจอแอปนี้ และก่อเหตุมา 6-7 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคนที่เสียเงินมากที่สุดคือ 1 แสนบาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความ และอยากขอโทษผู้เสียหายทั้ง 2 รายทำให้เดือดร้อน

ส่วนภาพที่เลือกนั้นเพราะเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับผู้เสียหาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนันท์นนิล ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายทั้งสองราย พร้อมทั้งร้องไห้ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาตัวเข้าไปสอบปากคำต่อ ด้านนายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ เจ้าของฉายา “นัท โอนไว” ได้เดินทางมาร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ พร้อมเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ตำรวจจับคนร้ายได้ ส่วนตัวได้ไปไหว้พระ 9 วัดที่ภาคอีสาน เพราะไม่อยากให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะนี้กับใครอีก และหลังจากที่เกิดเหตุก็มีผู้หญิงทักมาให้โอนเงินให้ เช่น เติมเงินโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้โอนให้ใคร ซึ่งจะโอนให้เฉพาะคนที่สนิทเพียงเท่านั้น หลังจากที่คนร้ายยกมือไหว้ขอโทษ ตนก็ยกโทษให้และไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนเงินที่โอนไปให้ ก็ทำใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้คืน

น.ส.อริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี อาชีพแม่ค้าขายของออนไลน์ และเป็นผู้ที่ถูกคนร้ายใช้รูปไปหลอกลวงผู้อื่น เปิดเผยว่า อยากให้คนร้ายกลับตัวกลับใจ ตนก็ไม่อยากเดือดร้อน ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งเมื่อคนร้ายขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะขายของออนไลน์ต่อไป ด้าน พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กองวิเคราะห์ข่าว เผยว่า การจับกุมในครั้งนีัเป็นการจับตามหมายของ สน.พระราชวัง ซึ่งก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยคนร้ายรับว่า เอาเงินไปใช้ส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้เคยใช้บัญชีธนาคารของตนเองแต่กลัวตำรวจจับได้ จึงเปลี่ยนเลขบัญชีเป็นของมารดา ซึ่งตำรวจต้องเอาไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และต้องประสานธนาคารเพื่อตรวจสอบบัญชี หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวส่งสน.พระราชวัง และหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็จะอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป.

ภาพ : ช่อง 8

ข่าวอื่นๆ