มูลนิธินักศึกษาพระปกเกล้าฯ จัดบวชพระ 73 รูป ถวายสมเด็จพระสังฆราช

  • วันที่ 01 ธ.ค. 2561 เวลา 09:32 น.

มูลนิธินักศึกษาพระปกเกล้าฯ จัดบวชพระ 73 รูป ถวายสมเด็จพระสังฆราช

บวรศักดิ์นำคณะบวชถวายพระกุศลสมเด็จพระสังฆราชในโอกาสเจริญพระชันษา 92 ปี เป็นเวลา 12 วัน ที่อินเดียและจาริกไปสังเวชนียสถานทั้งสี่ตำบล

วันที่ 30 พ.ย. 2561 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม นำโดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ได้จัดโครงการอุปสมบทพระภิกษุ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชันษา 92 ปี ในวันที่ 26 มิ.ย. 2562

โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมอุปสมบทจำนวน 73 คน ซึ่งมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งอัยการ แพทย์ ตำรวจ ทหาร ข้าราชการจากหน่วยงานต่างๆ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหารองค์กรของรัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป หนึ่งในนั้น คือ นายบวรศักดิ์ ได้ร่วมอุปสมบทเป็นปี 2 ต่อเนื่อง

ทันทีที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จถึงพระวิหารสถานที่ประกอบพิธี นายบวรศักดิ์ ตัวแทนผู้อุปสมบทได้น้อมถวายดอกไม้ ธูปเทียนแพแด่สมเด็จพระสังฆราช  จากนั้น นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ เลขานุการมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคมได้กราบทูลถวายรายงานโครงการ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาทและผ้าไตรจีวรแก่ผู้สมัครบรรพชาอุปสมบททั้ง 73 คน จากนั้นเป็นพิธีปลงผมและเจริญพระพุทธมนต์ฉลองนาค

นายบวรศักดิ์ ผู้เสนอโครงการให้สัมภาษณ์ว่า มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคมได้จัดอุปสมบทถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราชเป็นปีที่ 2 พรุ่งนี้เช้าวันที่ 1 ธ.ค. เวลา 09.00 น.คณะผู้สมัครอุปสมบทจะออกเดินทางไปประกอบพิธีบรรพชาสามเณรที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยมีพระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา เป็นพระอุปัชฌาย์ เสร็จแล้วประกอบพิธีอุปสมบทต่อ ณ พระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา หลังอุปสมบทแล้วคณะจะอยู่ปฏิบัติธรรม ทำวัตร สวดมนต์ เจริญสมาธิที่พุทธคยาไปจนวันที่ 5 ธ.ค.จากนั้นจาริกไปยังสังเวชนียสถานอีก 3 แห่งที่เหลือ

"หลังอุปสมบทเสร็จสิ้นคณะจะอยู่ที่พุทธคยาโดยพักที่วัดไทยพุทธคยาไปจนถึงวันที่ 5 ระหว่างนี้พระวิทยากรจะนำปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทำวัตร เจริญสมาธิ และบรรยายให้ความรู้แก่พระนวกะ พร้อมกันนี้คณะจะไปร่วมฟังการสาธยายพระไตรปิฎกซึ่งจัดที่พระมหาเจดีย์พุทธคยา ซึ่งปีนี้วัดไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน  มีพระสงฆ์จากชาติต่างๆ เช่น ลาว กัมพูชา ญี่ปุ่น พม่า ทิเบต จีน เกาหลี และอีกหลายประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาเข้าร่วมสาธยาย จึงเป็นโอกาสดีของคณะผู้อุปสมบทในโครงการ”

นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อว่า การที่ต้องพาคณะจาริกไปสังเวชนียสถานทั้งสี่ เพื่อให้ได้รู้ว่าพระพุทธเจ้านั้นมีอยู่จริง สถานที่สำคัญๆ ที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์มีอยู่จริง สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนนั้นก็เป็นสัจธรรมที่เป็นจริงเสมอ ทั้งได้รู้ความเป็นบรมครูที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ไม่มีครูคนไหนที่สอนคนจนลมหายใจเฮือกสุดท้ายบนเตียงปรินิพพาน รวมทั้งได้เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนาและหันมาดำรงชีวิตต่อไปด้วยความไม่ประมาท เป็นต้น นี่คือเหตุผลของการจัดบวชและเที่ยวจาริกไปใน 4 สังเวชนียสถาน

“ผมเองในชีวิตนี้บวชพระมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 4 และเป็นครั้งที่ 2 ของการบวชที่อินเดีย แม้การบวชจะมีเวลาสั้น 12 วัน แต่ก็จะใช้เวลาทั้ง 12 วันนี้ตั้งใจปฏิบัติสมณธรรม รักษาศีล ไม่ทำความชั่ว ทำความดีให้ถึงพร้อม และชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ก็หวังว่าทุกคนที่บวชในโครงการนี้จะได้น้อมนำหลักหลักธรรมะทางพระพุทธศาสนามาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันต่อไป”

ด้าน รศ.นพ.นริศ กิจณรงค์ รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทญศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในผู้สมัครบวชในโครงการนี้ เปิดเผยว่า เคยผ่านการบวชพระมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และเป็นครั้งแรกของการบวชที่อินเดีย โดยอยากเข้าไปในบรรยากาศแบบย้อนยุคครั้งพุทธกาลจะได้รู้ว่าความสงบสมัยนั้นเป็นยังไง ซึ่งการตัดสินใจบวชครั้งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจาก นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ

“ท่านอาจารย์อุดมเคยบวชในโครงการนี้เมื่อปีที่แล้ว แต่ท่านบวชไม่ครบกำหนดของโครงการก็ต้องลาสิกขาก่อนเพราะได้รับเชิญให้ไปเป็นรัฐมนตรี ท่านบอกว่าเสียดายมากที่ต้องลาสิกขา แต่ท่านได้บอกผมว่า นริศ คุณต้องไปนะ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมพระพุทธเจ้าจึงตรัสรู้ที่อินเดีย และคุณจะได้อะไรอีกหลายอย่างมากมาย”  นพ.นริศกล่าว 

ข่าวอื่นๆ