วัดไทร ระฆังดังดี บรรยากาศร่มรื่น

  • วันที่ 10 พ.ย. 2561 เวลา 09:56 น.

วัดไทร ระฆังดังดี บรรยากาศร่มรื่น

โดย แมงโก้หวาน 

ข่าวดังในแวดวงศาสนาเมื่อเดือน ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา คงต้องยกให้ข่าวที่มีคนโทรไปร้องเรียนสำนักงานเขตบางคอแหลม ว่า เสียงระฆังวัดไทร บางโคล่ บางคอแหลม ที่พระตีในช่วงตี 4 (เฉพาะช่วงเข้าพรรษา) สร้างความรำคาญรบกวนเวลานอน

ต่อมาเรื่องนี้ได้กลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะในสังคมโซเชียลสุดท้ายเรื่องจบด้วยดีโดยธรรมเนียมการตีระฆังที่วัดปฏิบัติมานานยังคงอยู่ต่อไป

ทว่าหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้วัดไทรเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น มีคนแวะเวียนไปเยี่ยมชมวัดอยู่ตลอด ดังนั้นจึงขอนำเสนอเกี่ยวกับวัดไทร เพื่อเป็นข้อมูลคร่าวๆ สำหรับใครที่อยากไปวัด

วัดไทร ตั้งอยู่ในซอยประดู่ 1 ถนนพระราม 3 สามารถเข้าทางถนนพระราม 3 ซอย 23 ได้ เข้าซอยเจอ 3 แยกแล้วเลี้ยวขวาก็จะมองเห็นซุ้มประตูวัด ขับรถเข้าไปจอดในวัดได้เลยมีลานจอดกว้างขวาง

ส่วนใครขับรถหกล้อ สิบล้อ หรือรถหลังคาสูง ต้องแจ้งทางวัดทราบก่อน เพื่อจะได้นำไม้กั้นตรงซุ้มประตูออกรถจึงจะผ่านไปได้ สาเหตุที่ทางวัดใช้ไม้กั้นเพราะเคยมีกรณีคนขับรถใหญ่มาจอดแช่ในวัดนานหลายวัน พอดีวัดจะจัดงานต้องเคลียร์พื้นที่ แต่หาเจ้าของรถไม่ได้ทำให้กีดขวางพื้นที่ในการจัดงาน

พอผ่านซุ้มประตูเข้าไปวัด ทางขวามือเป็นหมู่กุฏิและหอสวดมนต์ หอสวดมนต์ตั้งอยู่ตรงกลาง มีกุฏิล้อมรอบ เหมือนกับวัดในเขต จ.พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ที่นิยมสร้างกุฏิล้อมรอบหอสวดมนต์ (ใช้เป็นหอฉันด้วย) ตรงหมู่กุฏิและหอสวดมนต์ถือเป็นเขตสังฆาวาสที่อยู่อาศัยของพระเณร

หอสวดมนต์นอกจากใช้ทำวัตรสวดมนต์เช้า-เย็นแล้วยังใช้เป็นหอฉันด้วย ซึ่งน่าสนใจว่าธรรมเนียมการฉันของพระเณรวัดไทรมีอยู่ว่า หลังจากพระเณรบิณฑบาตกลับมาวัดจะต้องนำอาหารบิณฑบาตมารวมกัน ห้ามนำไปฉันคนเดียว ต้องฉันรวมกันเท่านั้น นี่คือธรรมเนียมการฉันของพระเณรวัดไทร

อนึ่ง วัดไทรมีกฎอยู่ว่าพระออกบิณฑบาตต้องกลับเข้าวัดไม่เกินเวลา 07.15-07.20 น. และฉันพร้อมกันเวลา 07.30 น. รูปไหนบิณฑบาตกลับเข้ามาเกินเวลาที่กำหนดต้องถูกตักเตือน ส่วนรูปไหนยืนบิณฑบาตปักหลักอยู่กับที่ถ้ามีชาวบ้านร้องเรียนมาต้องถูกตักเตือนจากเจ้าอาวาส ถ้ายังขืนทำอีกจะถูกให้ออกจากวัดทันที

ขณะทางซ้ายมือเป็นที่ตั้งของหอระฆังที่เป็นข่าว (อยู่ตรงข้ามหมู่กฏิ) ระฆังจะห้อยอยู่ชั้นที่ 3 กลองอยู่ชั้น 2 ใครอยากขึ้นไปชมวิวบนหอระฆังสามารถขึ้นไปได้ ถัดจากหอระฆังเป็นศาลาบำเพ็ญกุศลชั้นเดียว 1-2-3-4 ติดกัน โดยศาลา 2 ถูกใช้เป็นที่เรียนภาษาอังกฤษของเด็กๆ ซึ่งทางวัดจัดการเรียนการสอนขึ้นและเรียนทุกวันเสาร์ โดยมีครูอาสามาช่วยสอน ส่วนวันอาทิตย์เปิดสอนภาษาอังกฤษและวิชาชีพสำหรับผู้ใหญ่

บริเวณเดียวกันเป็นลานไทรทางวัดอนุญาตให้ใช้เป็นลานกีฬาของคนในชุมชน ตอนเย็นก็จะมีคนมาออกกำลังกายทุกวัน ลานไทรนี้จะมีต้นไทรใหญ่ 3-4 ต้น แผ่กิ่งก้านและใบดกหนาให้ความร่มรื่น ตามต้นไทรมีธรรมะใต้ต้นไม้ กล่าวคือมีป้ายเขียนธรรมะที่เป็นพุทธภาษิตและคำสอนของพระอาจารย์ดังๆ ติดตามต้นไทรและต้นไม้อื่นๆ

สิ่งสำคัญในวัดประกอบด้วย 1.เจดีย์ สร้างขึ้นในสมัยพระครูโสภณธรรมรังษี เป็นเจ้าอาวาส ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและบรรจุอัฐิหลวงปู่สุ่น เจ้าอาวาสรูปก่อน และอัฐิหลวงพ่อพูน พระเกจิดังของวัด ติดเจดีย์มีหอระฆังโบราณ 2.อุโบสถหลังใหม่ วางศิลาฤกษ์เมื่อปี 2537 3.อุโบสถหลังเก่า เป็นอุโบสถขนาดเล็ก สันนิษฐานน่าจะสร้างสมัยอยุธยา 4.วิหารตั้งอยู่คู่กับอุโบสถหลังเก่า 5.มณฑปหลวงพ่อพุ่ม ข้างในประดิษฐานรูปหล่อหลวงพ่อพุ่มพระเกจิชื่อดังของวัด 6.ศาลเจ้าพ่อเรือง

เป็นวัดสะอาดร่มรื่นมาก การเดินทางนั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสไปลงสถานีช่องนนทรี แล้วต่อรถบีอาร์ทีไปลงสถานีสะพานพระราม 9 (บริเวณซอยวาโก้ ใกล้สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ใต้สะพานพระราม 9) จากนั้นนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างจากปากซอยพระราม 3 ซอย 23 วิ่ง 2-3 นาทีก็ถึงวัดแล้ว

ข่าวอื่นๆ