พ่อค้าถูกยัดยา ร้อง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ-หลังมีคนเสนอเงินให้พยาน 1ล้าน

วันที่ 06 พ.ย. 2561 เวลา 13:33 น.
พ่อค้าถูกยัดยา ร้อง ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ-หลังมีคนเสนอเงินให้พยาน 1ล้าน
พ่อค้าส้มตำถูกยัดยาเรียกทรัพย์ ร้อง ดีเอสไอ ขอให้รับเป็นคดีพิเศษ-หลังมีบุคคลเสนอเงิน 1 ล้านบาทให้พยานเซ็นเอกสารทางคดี

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.  ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นายศักชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำที่ถูกยัดยาเรียกทรัพย์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ ในฐานะรองโฆษกฯ เพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบกรณีมีบุคคลมาเสนอเงิน 1 ล้านบาทแก่พยานบางคน

ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า วันนี้มา ดีเอสไอ ขอให้รับเป็นคดีพิเศษเพื่อช่วยสืบสวนข้อมูลบางอย่าง กรณีมีบุคคลอย่างน้อย 1 ราย เข้ามายุ่งกับพยานบางปาก ซึ่งไม่ใช่คู่กรณีแต่กลับเสนอเงิน 1 ล้านบาท และไม่ทราบมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรหรือไม่ โดยมีคนมาให้พยานเซ็นเอกสารบางอย่างเพื่อแลกกับเงินจำนวนดังกล่าวเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้เสียหาย

ทนายรณณรงค์ กล่าวอีกว่า ในคำร้องที่นำมายื่นยังขอให้ ดีเอสไอ ตรวจสอบวัตถุพยานชิ้นสำคัญที่สามารถยืนยันถึงเหตุการณ์ตำรวจทั้ง 6 นาย และผู้ร่วมขบวนการอีก 4 คนยัดยาและกรรโชกทรัพย์ผู้เสียหาย แต่ผู้บังคับบัญชาไม่มีคำสั่งให้อายัดวัตถุพยานชิ้นดังกล่าว พนักงานสอบสวนจึงไม่ได้ระบุวัตถุพยานชิ้นนั้นในสำนวน โดยผู้เสียหายได้ไปยื่นเรื่องดังกล่าวต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วแต่ยังไม่มีการเรียกสอบในประเด็นดังกล่าว

"ไม่อยากให้ตำรวจเป็นผู้ตรวจสอบ เพราะเกรงว่าข้อมูลจะรั่วไหล แต่ยืนยันว่าตำรวจ สน.พญาไท มีการคุ้มครองพยานดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สำนวนคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. แต่ยังมีบุคคลมายุ่งเหยิงกับพยาน กลัวจะเกิดความเสียหายกับคดี" ทนายรณณรงค์ กล่าว

นายศักชัย เปิดเผยว่า ขอร้องเรียนกับ ป.ป.ช. เพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่ยังไม่ถึงกับมีการข่มขู่คุกคาม ซึ่งหลังจากมายื่น ดีเอสไอ เพื่อขอรับเป็นคดีพิเศษ อาจมีการฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายคู่กรณีเป็นจำนวนเงิน 1-5 ล้านบาท เพราะไม่สามารถเปิดร้านค้าขายอาหาร เป็นเวลา 2-3 เดือน นอกจากนี้ ตนไม่เคยยุ่งกับยาเสพติดและไม่เคยมีประวัติแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นรับเรื่องดังกล่าวไว้ตรวจสอบเอกสารตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ที่กำหนดบทบาทหน้าที่ของการทำคดีของหน่วยงานต่างๆที่ไม่ให้ทำงานทับซ้อนกัน  โดยคดีนี้ผู้เสียหายได้ร้องต่อตำรวจ สน. พญาไท และส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่ง ดีเอสไอ จะช่วยสนับสนุนการทำงาน