ปราบร้านเหล้าปล่อยเยาวชนมั่วสุมเสพยาต้องบังคับใช้กฏหมายจริงจัง

  • วันที่ 03 พ.ย. 2561 เวลา 14:09 น.

ปราบร้านเหล้าปล่อยเยาวชนมั่วสุมเสพยาต้องบังคับใช้กฏหมายจริงจัง

เด้ง5เสือหนองแคยังไม่พอ!เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่จี้เพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่-สถานบันเทิงปล่อยเด็กต่ำกว่า20ปีเข้าใช้บริการ

นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า กรณี พลตำรวจตรี อำพล บัวรับพร รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1เซ็นคำสั่งย้าย 5 เสือ สภ.หนองแค จ.สระบุรี หลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับสถานบันเทิง ชื่อ “หลังเขา” หรือBack Moutain จัดงานคืนวันฮาโลวีน31ต.ค.โดยปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการ 128 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 43 คนตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 131 คน พบยาเสพติด และอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ คำถามสำคัญที่คิดว่าสังคมอยากรู้คือแค่สั่งย้ายเท่านั้นหรือ ควรมีการเพิ่มบทลงโทษอย่างอื่นอีกหรือไม่ที่ผ่านมาปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมไม่เข้าไปจัดการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเรื่องนี้ทราบว่า ประชาชนเคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงานแต่ไม่เป็นผล จนพ่อแม่ ผู้ปกครอง สถานศึกษา รวมทั้งสื่อมวลชน ต้องร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าจัดการในที่สุดนี่จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่หน่วยงานจากส่วนกลางต้องลงไปดำเนินการเอง และปัญหาแบบนี้จะไม่หมดไปหากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่เอาจริงเอาจังกับการบังคับใช้กฎหมายาว

ด้านนายชูวิทย์  จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558  ที่กำหนดพื้นที่โซนนิ่งควบคุมร้านเหล้าถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ในความเป็นจริง พบข่าวการบุกจับกุมสถานบริการ ร้านเหล้าผับบาร์ต่างๆ ที่ทำความผิด ทั้งขายให้เด็ก ปล่อยให้เด็กเข้าไป เปิดเกินเวลาที่กำหนด เสียงดัง และอื่นๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าผลการดำเนินการหลังจากที่เป็นข่าวไปแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะสุดท้ายแล้วต้องใช้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดในการสั่งปิด หรือมีมาตรการอื่นๆ

“ไทยมีกฎหมายหลายฉบับที่สามารถให้ยาแรงกับปัญหานี้ได้  แต่มักจะไม่หยิบมาใช้กัน  หรือใช้เพียงสถานเบา  ทำให้ไม่หลาบจำ  บางแห่งสั่งปิดไปแล้วยังแอบเปิดได้อีก ทั้งที่กฏหมายเขียนไว้ชัด แต่ปรากฏการณ์หรี่ตาข้างนึง  ลูบหน้าปะจมูก  มักจะเกิดขึนเสมอในสังคมไทย  จึงเห็นร้านเหล้าพวกนี้ทำผิด ท้าทายกฏหมายอย่างต่อเนื่อง ในยุค คสช.ที่มีการออกคำสั่งตามาตรา 44 เพื่อจัดการปัญหานี้โดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธฺิ์ เด็ดขาด เพราะทั่วโลกไม่มีใครเขายอมให้สถานประกอบการเหล่านี้หากินกับเด็ก เยาวชนที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ทุกประเทศมีกฏกติกาชัดเจนในการปกป้องลูกหลาน จึงจำเป็นต้องทำให้เกิดความคิดความเชื่อร่วมกันปกป้องเด็กเยาวชนจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยกันเป็นหูเป็นตาอย่ายอมให้เกิดปรากฏการณ์ผู้ใหญ่หากินกับเด็ก โดยที่ไม่ทำอะไรกันเลย กรณีนี้ต้องขอขอบคุณฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทยที่ร่วมปกป้องลูกหลานของเรา” นายชูวิทย์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ