พนันออนไลน์ยั่วใจเด็กไทยอยากลองเสี่ยงต้องมีหน่วยงานถาวรดูแล

  • วันที่ 02 พ.ย. 2561 เวลา 20:00 น.

พนันออนไลน์ยั่วใจเด็กไทยอยากลองเสี่ยงต้องมีหน่วยงานถาวรดูแล

“ครูหยุย”ชี้พนันออนไลน์ยั่วใจเด็กไทยอยากลองเสี่ยงจนเกิดอาชญากรรมเป็นลูกโซ่นักวิชาการชี้ต้องมีหน่วยงานถาวรดูแลทุกมิติ

เมื่อวันที่ 2พ.ย.61 ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการสังคมเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ร่วมกับ คณะอนุกรรมการส่งเสริมการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์   มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)จัดสัมมนา “บทเรียนจากบอลโลกสู่การพัฒนากลไกป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ในระยะยาว”

ทั้งนี้ภายในงานมีพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ11หน่วยงานที่ร่วมขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อปัญหาการพนันในช่วงบอลโลกด้วย

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จากผลสำรวจสถานการณ์พนันในเด็กและเยาวชน พบว่าเด็กอายุเพียง 6 ปีก็เข้าสู่การเล่นพนันแล้ว ยิ่งปัจจุบันเด็กและเยาวชนเข้าถึงโลกออนไลน์ได้อย่างเสรี จึงทำให้เข้าถึงการพนันได้ง่าย  จากการติดตามสถานการณ์พนันทายผลฟุตบอลโลกครั้งนี้  พบว่าการพนันออนไลน์รุกเข้าสู่เด็กมากขึ้น  การดำเนินการต่าง ๆ ไม่เพียงพอจะยับยั้งการเล่นพนันของเด็ก สื่อต่างๆทั้งสื่อหลักและสื่อออนไลน์เชิญชวนและชักจูงเด็กเยาวชนซึ่งเป็นวัยที่อยากรู้อยากลอง ชอบทำกิจกรรมเสี่ยง เข้าสู่วงจรการพนันและเกิดการสะสมหนี้ผ่านการพนันออนไลน์อย่างรวดเร็ว

“ขอชื่นชมความร่วมมือในการทำงานของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และ เครือข่ายเด็กและเยาวชน ที่ร่วมกันดำเนินกิจกรรมการป้องกันเด็กเยาวชนจากพนันฟุตบอลออนไลน์ในช่วงฟุตบอลโลก เพื่อให้เกิดความตระหนักและป้องปรามการพนันให้เกิดขึ้นทั้งในส่วนกลางและระดับพื้นที่ทั่วประเทศ จนทำให้มีการขยายความร่วมมือจาก11 เป็น 28 หน่วยงาน  เราจำเป็นต้องใช้กระบวนการพัฒนาชุมชน องค์กรชุมชนท้องถิ่น  รวมทั้งเด็กและเยาวชน เป็นกลไกและเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืน โดยเฉพาะสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับทั่วประเทศ 8,780 แห่ง ควรมีส่วนร่วมในการคิดวางแผน ลงมือปฎิบัติ และประเมินผล โดยได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากชุมชนและส่วนกลาง เนื่องจากการพนันออนไลน์ส่งผลให้เด็กเยาวชนต้องก่ออาชญากรรม เช่น ปล้นชิงทรัพย์ ทำร้ายคนใกล้ชิด หนี้สิน ขายบริการทางเพศ ฆ่าตัวตาย และค้ายาเสพติด”

ด้าน ดร.สมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ประเทศไทยมี พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กกฎหมายนี้มีอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปมีบทบาทในการคุ้มครอง ดูแล เยียวยา และพัฒนาเด็ก ร่วมกันกับสหวิชาชีพ  แต่กระนั้นก็ดี  20 ปีที่ผ่านมาปัญหาพนันออนไลน์รุนแรงขึ้นมาก เด็กเยาวชนรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เป็นปัญหาในระดับโลกไปแล้ว

“ที่ผ่านมามีคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ หรือ กดยช. ทำงานร่วมกับฝ่ายนิติบัญญัติ และเครือข่ายภาคประชาสังคม ดูแลเรื่องนี้  ซึ่งตอนนี้ขยับไปครอบคลุมอีสปอร์ตด้วย โดยเน้นการ   บูรณาการทำงานด้วยกันทุกฝ่าย เพื่อให้ครอบคลุมพนันออนไลน์ทั้งระบบ ขณะนี้ยูนิเซฟได้เข้ามาร่วมสนับสนุน เพื่อให้เด็กรู้เท่าทันสื่อออนไลน์   และเร็วๆนี้ สภาเด็กจะมีกิจกรรม “สภาเด็กพบลุงตู่” ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปิดเวทีให้เด็กได้สื่อสารโดยตรงกับนายกรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าวด้วย” ดร.สมคิดระบุ

ดร.ธีรารัตน์ พันทวี  วงศ์ธนะเอนก ประธานคณะทำงานประสานความร่วมมือในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ในช่วงฟุตบอลโลก2018 กล่าวว่า หลังจากมีการเซ็นเอ็มโอยูร่วมกัน 11หน่วยงานได้ไปทำงานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะหน่วยงานปราบปราม การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจสร้างกระแสความสนใจได้มาd

ขณะที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้สนับสนุนการผลิตสื่อสร้างความตระหนักรู้ให้เท่าทันการพนัน อย่างไรก็ตาม มิติที่ยังอ่อน คือ ด้านการป้องกันและเยียวยา  ที่ช่องทางการให้คำปรึกษามีเพียงสายด่วน 1323 ของกรมสุขภาพจิตที่รับปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตหลายเรื่องไม่เจาะจงเฉพาะคนติดพนัน  ขณะเดียวกันก็ยังมี จุดบอดในการเข้ามาร่วมดูแลขององค์กรสื่อมวลชน เพราะสื่อถือเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลต่อสังคม สามารถเผยแพร่ข้อมูลทางสาธารณะและรณรงค์ได้ในวงกว้าง

“รัฐบาลควรมีมาตรการทำงานเชิงรุก มีเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะไม่ทำให้การพนันเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย และต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อลดผลกระทบการพนัน ดูแลในทุกมิติ ทั้งป้องกัน ปราบปราม เยียวยา คุ้มครอง แก้ไข  เป็นกลไกถาวร มียุทธศาสตร์การกำกับดูแลที่ชัดเจน ขณะเดียวกันต้องมีกองทุนลดผลกระทบการพนัน ที่มีอิสระ มีคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรเงินเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ในทุกมิติ” ดร.ธีรารัตน์กล่าว

นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะการลดปัญหาจากการพนัน  มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การร่วมมือร่วมใจของภาคส่วนต่างๆ ในช่วงฟุตบอลโลก ถือเป็นจุดเริ่มต้น ของการทำงานป้องกันการพนันในระยะยาว แต่ก็ยังมีความท้าทาย อยู่อีกมาก เช่น จากการเฝ้าระวัง หลังบอลโลก webพนันออนไลน์ ก็กลับมาเยอะกว่าช่วงบอลโลก  ขณะเดียวกันหน่วยงานต่าง ๆ ก็วางเรื่องป้องปรามพนันไปทำเรื่องอื่นทำให้งานป้องกันพนันออนไลน์ เป็นเพียงงานตามวาระ เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องให้ความสำคัญให้มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและจริงจัง และที่สำคัญ ในการปรับแก้ไข พระราชบัญญัติสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 ไม่อยากให้รัฐบาล ยุบเลิกกองทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อพัฒนาสังคม ซึ่งจะเป็นกลไกสนับสนุนการป้องกันการพนันได้เป็นอย่างดี

 

ข่าวอื่นๆ