ปปง.อายัดทรัพย์เครือข่ายค้ายา "เล่าต๋า" มูลค่ากว่า 15.5 ล้าน

วันที่ 25 ต.ค. 2561 เวลา 14:13 น.
ปปง.อายัดทรัพย์เครือข่ายค้ายา "เล่าต๋า" มูลค่ากว่า 15.5 ล้าน
ปปง.สั่งอายัดทรัพย์เครือข่ายค้ายา”เล่าต๋า แสนลี่” มูลค่ากว่า 15.5 ล้านบาท หลังพบพฤติการณ์สั่งการเปิดบัญชีรับโอนเงินค่ายาเสพติด เบิกเงินสดส่งต่อ “จะฟูดี่” พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ มีผลถึง 9 ธ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 25ต.ค. เวปไซต์สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.194/2561 เรื่องยึดอายัดทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราวหลังสถานีตำรวจภูธรแม่สายสืบขยายผลข้อมูลทางโทรศัพท์และตรวจสอบเส้นทางการเงินนายปรัชญา ทวีอภิรดีวิชา และน.ส.ชื่นกมล เผือกพงษ์ สามีภรรยา เครือข่ายค้ายาเสพติดนายเล่าต๋า แสนลี่ โดยพบพฤติการณ์ สั่งการให้น.ส.ฐิติภัทรา ศรีตระเวน นายฐานพัฒน์ ภิรมย์ภัทธน น.ส จันจิรา ศรีธิ และนายอิสรเบล บุญยืนมั่น เปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงินเกี่ยวกับการซื้อขายและดำเนินการเกี่ยวกับยาเสพติด จากกลุ่มผู้มีประวัติถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดทั่วประเทศ และยังใช้ในการรับโอนเงินจากนายวรวิช โยธินพาณิชย์  หรือ”จะฟูดี่”ซึ่งจากข้อมูลทางการข่าวพบว่าเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ รวมทั้งนายเอกพัน ปัญญานะ น.ส.อาซี แสนเหลี่ยว นายธนเดช ธราภัทรนิธิ และนายธนวัฒน์ แสงจัน ซึ่งมีพฤติการณ์ใช้บัญชีเงินฝากธนาคารของผู้อื่นรับโอนเงินค่ายาเสพติด และโอนเงินต่อไปให้บัญชีของน.ส.ฐิติภัทรา นายฐานพัฒน์ น.ส.จันจิรา และนายอิสรเบล ซึ่ง 3 คนนี้จะทำการเบิกเงินสดไปส่งให้กับ นายพีรวิชญ์ ไกรสินธุสมภพ และผู้ร่วมขบวนการรายอื่น

เวปไซต์ป.ป.ง. ยังระบุอีกว่า จากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากธนาคารของกลุ่มคนดังกล่าวเมื่อเดือนสิงหาคม -พฤศจิกายน 2559 พบมีเงินผ่านบัญชีธนาคารสูงถึง 606 ล้านบาทจึงน่าเชื่อว่าเป็นการรับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พนักงานสอบสวนสภ.แม่สายมีความเห็นควรสั่งฟ้องนายปรัชญากับพวกรวม 12 คนในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต่อมาวันที่ 30 พ.ย.60 ศาลจังหวัดเชียงรายมีคำพิพากษาจำคุกกลุ่มบุคคลดังกล่าวคนละ 3 ปี 6 เดือน และเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.60 มีคำพิพากษาว่านายพีรวิชญ์ และนายวรวิช กระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้สมคบกัน จึงพิพากษาจำคุก 3 ปี 6  เดือน เช่นเดียวกับน.ส.จันจิรา ส่วนนายธนวัฒน์ พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง ขณะที่นายอิสรเบล น.ส.อาซี อยู่ระหว่างรวบรวมผลคดี ส่วนนายเอกพัน และนายธนเดช หลบหนีไมได้ตัวมาฟ้อง จึงเชื่อว่านายปรัชญาและพวกมีความผิดเกี่ยวกับกฎหมายยาเสพติด และมีเหตุอันควรเชื่อว่าได้ไปซึ่งทรัพย์สินในการกระทำผิดดังกล่าว ดังนั้น ปปง.จึงมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับนายปรัชญากับพวก พบว่ามีพฤติการณ์เข้าลักษณะความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินและจากการตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกรรมและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

เวปไซต์ป.ป.ง. ยังระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่านายวรวิชกับพวกได้ร่วมกันกระทำความผิดกับนายปรัชญาและได้ทรัพย์สินไปจำนวน 20 รายการพร้อมดอกผล ทั้งนี้ทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วยอสังหาริมทรัพย์ ประเภทรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลบัญชีเงินฝากธนาคาร และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีชื่อผู้ต้องหาเป็นผู้ครอบครองและอาจมีการเปลี่ยนสิทธิ์การครองครองได้หากไม่มีคำสั่งยึดอายัดเมื่อเจ้าของหรือผู้มีส่วนได้เสียมีการปกปิดจำหน่ายจ่ายโอนไปให้คนอื่นต่อมาเมื่อศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์แล้วจะไม่สามารถติดตามทรัพย์คืนได้จึงจำเป็นต้องมีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมด 20 รายการคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.-9 ธ.ค.61โดยทรัพย์สินดังกล่าวประกอบด้วย รถบรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้อฮีโน่  1 คันอีซูซุ 2 คัน โฉนดที่ดินอ.แม่สาย, อ.แม่อาย และอ.ฝาง จ.เชียงใหม่และบัญชีเงินฝากธนาคารอีก 3 แห่ง รวมมูลค่า 15.5 ล้านบาทหากผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินต้องการให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวให้ยื่นคำฟ้องพร้อมนำหลักฐานมาแสดงต่อเลขาธิการปปง. ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ทราบคำสั่ง