ผู้สอบเข้าองค์กรรัฐกว่า 200คนถูกตัดสิทธิ เหตุไม่เขียนชื่อตัวบรรจง

  • วันที่ 21 ต.ค. 2561 เวลา 17:08 น.

ผู้สอบเข้าองค์กรรัฐกว่า 200คนถูกตัดสิทธิ เหตุไม่เขียนชื่อตัวบรรจง

สาวร้องถูกตัดสิทธิสอบเข้าหน่วยงานรัฐจากเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง อ้างเหตุไม่ได้เซ็นชื่อตัวบรรจง

เมื่อวันที่ 21 ต.ค.  สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์โพสต์หญิงผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “May Kewalee” เธอเล่าว่า ระหว่างการสอบสอบเข้าหน่วยงานรัฐ ที่จัดยังมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้ถูกผู้ควบคุมการสอบซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของมหาลัยฯเชิญออกจากห้องก่อนจะแจ้งตัดสิทธิการสอบ โดยให้เหตุผลว่า เซ็นชื่อโดยไม่ได้เขียนตัวบรรจง ทั้งนี้เธออ้างว่ามีผู้ถูกตัดสอบกว่า 200 คน ด้วยเหตุผลเดียวกัน

“เราสมัครสอบหน่วยงาน...เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐที่กำกับดูเเลด้านการค้า ซึ่งหน่วยงานได้มีการจัดสอบที่...และให้...เป็นผู้คุมสอบ เราเริ่มทำข้อสอบไปประมาณ 40ข้อ จู่ๆผู้คุมสอบเดินมาบอกว่า “คุณถูกตัดสิทธิ์สอบ เพราะเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ขอเชิญออกจากห้องสอบค่ะ เสียใจด้วยนะคะ เดินออกจากห้องสอบไปที่ศูนย์ฯเลยค่ะ” ในหัวเราตอนนั้นคือตื้อมาก ผิดอะไร

พอมาถึงศูนย์ฯ เจอผู้เข้าสอบอีกประมาณ 200กว่าคนยืนอยู่ ทุกคนถูกเชิญออกจากห้องสอบด้วยเหตุผลเดียวกัน คือเรื่องลายมือชื่อตัวบรรจง กรรมการกลางเเจ้งว่า ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ถูกตัดสิทธิ์สอบเพราะเซ็นชื่อ ไม่ได้เขียนตัวบรรจง เพราะการเซ็นชื่อไม่ใช่การยืนยันตัวตน (เงิบบ!)

เราถามว่า การเขียนตัวบรรจงคือเขียนยังไง กรรมการกลางบอกว่า คือการเขียนให้อ่านออก (แล้วตามรูปอ่านไม่ออกตรงไหนหรอ?) อีกอย่างการเข้าสอบต้องนำบัตรประชาชนไปยืนยัน บัตร ปชช.คือเอกสารที่ออกโดยราชการ ไม่ใช่การยืนยันตัวตนตรงไหน แล้วระเบียบการสอบก็ระบุเป็นการทั่วไป ไม่ได้มีการระบุเฉพาะเจาะจงว่า ต้องเขียนชื่อตัวบรรจง ถ้าผิดจริงกรรมการคุมสอบปล่อยเข้าห้องสอบไปนั่งสอบได้ยังไงตั้ง 200 กว่าคน

กรรมการกลางก็ยังคงยืนยันเหมือนเดิมว่า ทุกคนถูกตัดสิทธิ์การสอบและต้องกรอกใบยุติการสอบ ซึ่งเราปฏิเสธการกรอกข้อมูลในใบยุติการสอบ เพราะไม่ได้ทุจริต เมื่อหาข้อยุติไม่ได้ ผู้เข้าสอบทั้งหมดเห็นตรงกันว่า ให้ลงชื่ออุทธรณ์และร้องเรียนศาลปกครอง สิ่งที่เราต้องการคือ ความยุติธรรม ความถูกต้อง ความเป็นProfessional ขององค์กร แค่นั้น” เจ้าของเรื่องระบุ

ในเวลาต่อมา คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ชี้แจงความคืบหน้าว่า จากกรณีดังกล่าวหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งตรวจสอบอย่างเร่งด่วน โดยจะแจ้งผลให้ทราบเร็วที่สุด

ที่มา https://www.facebook.com/shares/view?id=2348857795129854&av=100001638406698

 

 

 

 

 

ข่าวอื่นๆ