ลบภาพ"ปาร์ตี้พี้ยา"แหล่งท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี

  • วันที่ 29 ก.ย. 2561 เวลา 08:23 น.

ลบภาพ"ปาร์ตี้พี้ยา"แหล่งท่องเที่ยวสุราษฎร์ธานี

โดย...เอกชัย จั่นทอง

แหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน จ.สุราษฎร์ธานีไม่ว่าจะเป็น เกาะพะงัน เกาะสมุย และเกาะเต่า ทั่วโลกต่างให้การยอมรับว่าเป็น "สวรรค์บนดิน" ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องเดินทางมาสัมผัสน้ำทะเล และซึมซับบรรยากาศท่องเที่ยว ในภาพเหล่านั้นถือว่าเป็นความความสำเร็จโด่งดังไปทั่วโลก แต่มีอีกมุมที่หลายคนมองว่าเป็นเมืองเสรีภาพ มีความเป็นเอกเทศ มีเรื่องยาเสพติด เรื่องมาเฟีย ผู้มีอิทธิพลต่างๆ แต่วันนี้ภาพเหล่านั้นอาจเหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำเก่าๆ เท่านั้น

ประเวศ ไทยประยูร รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี เริ่มต้นฉายภาพสถานการณ์ต่างๆ ใน จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ในอดีต จ.สุราษฎร์ธานี ถือว่ามีปัญหาซับซ้อนเรื่องยาเสพติด เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญถึง 3 เกาะ ประกอบด้วย 1.เกาะสมุย 2.เกาะพะงัน และ 3.เกาะเต่า จากข้อมูลเฝ้าระวังยาเสพติดใน  จ.สุราษฎร์ธานี พบว่ายังคงมีปัญหายาเสพติดแพร่ระบาดอยู่ในระดับรุนแรงจังหวัดหนึ่งใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน เนื่องจากสภาพที่ตั้งของจังหวัดที่เอื้อต่อการค้าการลงทุน ท่องเที่ยวต่างชาติ ฯลฯ ทำให้จังหวัดเติบโต มีกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ทำให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดมองเห็นช่องทางในการจำหน่าย

สำหรับประเภทของยาเสพติดที่แพร่ระบาดในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี นั้น จะเป็นพืชเสพติด 2 ประเภท คือ กระท่อม และกัญชา การลักลอบจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นผู้ค้ารายย่อยที่เสพและค้า ใช้วิธีการสั่งซื้อทางโทรศัพท์และชำระเงินตามจุดที่นัดหมาย และรับยาเสพติดด้วยตัวเอง

"ส่วนช่องทางลำเลียงนั้นผู้ค้ายาเสพติดใช้ 2 เส้นทาง คือลำเลียงจากภาคกลางลงมา และจากภาคใต้ตอนล่าง ใช้เส้นทางสายรองเลียบชายฝั่งทะเลเข้าในพื้นที่เป้าหมาย อ.เกาะสมุย ซึ่งพบมากในปี 2560 ราคาจำหน่ายในพื้นที่อย่างกัญชาจะขายราคา 180-230 บาท/ห่อ" ประเวศ ฉายภาพสถานการณ์ยาเสพติด

ประเวศ ระบุด้วยว่า เราต้องทำความเข้าใจสร้างทัศนคติที่ถูกต้องให้กับนักท่องเที่ยว ในประเด็นเรื่องยาเสพติดที่คิดว่าเมื่อมาท่องเที่ยวแล้วต้องมาปลดปล่อย มีการทำผิดกฎหมาย มีการใช้ยาเสพติดได้เสรี จำหน่ายยาเสพติด ถือเป็นความคิดที่ผิด ขณะเดียวกันเรามีมาตรการดูแลความเรียบร้อยในเขตเมือง โดยจะดูแลเรื่องของกลุ่มแรงงานระดับล่าง เขตชนบท ที่ต้องดูแลกลุ่มเด็กเยาวชน วัยรุ่น และแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชาวต่างชาติ คนไทย และไกด์บริการในพื้นที่ โดยมีการสนธิร่วมกับหน่วยงาน ป.ป.ส.ภาค 8 ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ที่ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์และแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยเฉพาะในเรื่องทัศนคติของผู้ใช้ยาเสพติด การมีค่ายบำบัดฟื้นฟูในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด บน.7 จ.สุราษฎร์ธานี ที่ให้ผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดในระบบสมัครใจ และผลลัพธ์ที่ได้อย่างชัดเจนคือในรอบ 3 ปี มีการทำผิดซ้ำไม่ถึง 5%ศ"มาตรการต่างๆ ที่เข้มงวดทำให้ทุกวันนี้ยาเสพติดในพื้นที่ลดน้อยลง แม้จะมีการระบาดอยู่ในเขตชุมชนเมือง และแหล่งท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยมีการจับกุมผู้ค้ารายย่อยอยู่ตลอด โดยเฉพาะงานฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพะงัน บนเนื้อที่ริมหาดความยาว 700 เมตร รองรับนักท่องเที่ยวได้กว่า 5-6 หมื่นคน จะมีการจับตาเข้มงวดเป็นพิเศษ และส่วนใหญ่กว่า 95% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ คนไทยเพียง 5% เท่านั้นเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัด" รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ระบุ

น.ท.จรุญ รามอ้น หัวหน้าศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด บน.7 จ.สุราษฎร์ธานี เผยถึงศักยภาพในการบำบัดดูแลผู้ติดยาเสพติดว่า ที่ศูนย์ฟื้นฟูฯ แห่งนี้สามารถรองรับผู้เข้าบำบัดยาเสพติดได้ 160 เตียง บนเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ตั้งอยู่เขตพื้นที่ บน.7 ในระหว่างที่เข้ารับการฟื้นฟูจะมีการฝึกอบรมทักษะอาชีพ ออกกำลังกาย เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้มีการทำกิจกรรมและมีอาชีพหลังพ้นการบำบัด ในการบำบัดฟื้นฟูฯ จะแบ่งเป็น 40 คนต่อระยะเวลาบำบัด 120 วัน ตามกรอบเวลาของงบประมาณประจำปี ทั้งนี้ปัจจุบันนี้เหลือผู้ที่เข้ารับการบำบัดยาเสพติดอีกเพียง 11 คนเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องยาเสพติดประเภทกัญชา

ขณะที่ ศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเสริมว่า พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเขตรับผิดชอบของ ป.ป.ส.ภาค 8 ในการเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งสิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือการสร้างการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด โดยมีการนำมาตรการปราบปรามยาเสพติดเข้ามาควบคุมเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการจัดงานฟูลมูนปาร์ตี้บนเกาะพะงัน และจุดท่องเที่ยวทุกแห่ง ที่ต้องเข้มงวดกวดขันยาเสพติด และเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ที่ขาดไม่ได้เราต้องทำความเข้าใจเรื่องทัศนคติของนักท่องเที่ยวที่มักคิดว่าจะมาปลดปล่อยอย่างอิสรเสรีในเรื่องยาเสพติด และการกระทำที่ผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายืนยันได้ว่า มาตรการเข้มงวดต่างๆ ที่บังคับใช้ในพื้นที่และความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ส่งผลให้สถานการณ์จำหน่ายยาเสพติดไม่สามารถทำได้ง่ายอย่างแน่นอน ส่วนการปราบปรามยาเสพติดที่เข้มงวดนั้น เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนจะไม่ทำให้กระทบต่อภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก เพราะหากเกิดความเสียหายจะเสียชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะเมื่อเกิดภาพลบด้านท่องเที่ยว อาจต้องใช้เวลานานในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ข่าวอื่นๆ