"กสศ."พร้อมช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ 6.2 แสนคน

  • วันที่ 16 ก.ย. 2561 เวลา 08:18 น.

"กสศ."พร้อมช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ 6.2 แสนคน

กสศ. พร้อมช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษ 6.2 แสนคน พ.ย.นี้ เน้นช่วยถูกคน ตรงจุด ไม่ซ้ำซ้อนและต้องโปร่งใส

นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณให้แก่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในส่วนของทุนประเดิมและเงินอุดหนุนตามแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2561 ในวงเงินราว 1,200 ล้านบาท และในส่วนของเงินอุดหนุนตามแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2562 ในวงเงิน 2,537 ล้านบาทที่ สนช. ได้แปรญัตติให้นั้น ยอมรับว่า กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณลดลงจากที่คณะกรรมการบริหาร กสศ. เห็นชอบไว้ โดยในปีงบประมาณ 2561 ได้รับจัดสรรลดลง 21% และปีงบประมาณ 2562 ได้รับจัดสรรลดลงกว่า 57% แต่ยังอยู่ในกรอบที่เพียงพอให้ กสศ. ใช้เริ่มดำเนินงานในช่วงต้นได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ยังเปิดช่องให้ กสศ. ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมได้อีกในส่วนของงบกลางสำรองฉุกเฉินในปี 2562 รวมถึงขณะนี้กรมสรรพกรก็กำลังพิจารณาเรื่องการหักค่าลดหย่อนหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคเงินและทรัพย์สินแก่กองทุนตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ. กสศ. เพื่อให้ประชาชนและนิติบุคคลต่างๆได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการบริจาคเงินและทรัพย์สินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ กสศ. ได้ภายในปีภาษี 2561 นี้

ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า สำหรับทิศทางต่อไปจากนี้ จะต้องมีการปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติโดยจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหาร กสศ.ในวันที่ 24 กันยายน นี้ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของงาน ซึ่งคงต้องมุ่งทำงานกับกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นเร่งด่วน โดยกลุ่มที่คาดว่า กสศ.จะเริ่มช่วยเหลือได้เป็นลำดับแรกคือ นักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 620,000 คน ในสถานศึกษาสังกัดสพฐ. ที่กระจายอยู่ครอบคลุมทุกภูมิภาค ซึ่ง กสศ. และ สพฐ.​ ได้ร่วมกันดำเนินการคัดกรองในปีการศึกษา 1/2561 ที่ผ่านมา

โดยในช่วงเดือนตุลาคมนี้ กสศ. จะร่วมกับ สพฐ. จัดให้มีกระบวนการตรวจสอบข้อมูลกลุ่มเป้าหมายทั้ง 620,000 คนอีกครั้งด้วยระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ iSEE เพื่อให้มั่นใจว่าเราสามารถช่วยเหลือและติดตามให้นักเรียนที่ยากจนที่สุดกลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนทั้งด้านค่าใช้จ่ายและการดูแลที่จำเป็นต่างๆเพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ไปจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานและสามารถพัฒนาความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพได้ตามความถนัดและศักยภาพที่แตกต่างกัน

“เรื่องนี้เป็นประเด็นที่คณะกรรมการบริหาร กสศ.เน้นย้ำมาตลอดในการประชุมทุกครั้งว่าให้กองทุน กสศ.หลีกเลี่ยงการสนับสนุนงบประมาณที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ เน้นความโปร่งใส คุ้มค่า โดยพิจารณาเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ ให้ถูกต้องครบถ้วน คำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นสำคัญ”

นายสุภกร กล่าวว่า สำหรับนักเรียนยากจนพิเศษที่ กสศ. จะให้การสนับสนุนเป็นลำดับแรก จะเป็นการสนับสนุนเพิ่มเติมจากที่ สพฐ. อุดหนุนอยู่วันละ 5-15 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในปัจจุบัน เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหารเช้า และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่นๆ ของนักเรียนยากจนพิเศษ เป็นต้น โดยทางกสศ.จะขอเข้าพบเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เร็วๆนี้ เพื่อร่วมกำหนดแผนปฏิบัติการทำงานร่วมกัน คาดว่าจะเริ่มช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษผ่านโรงเรียนทั่วประเทศได้ราวเดือนพฤศจิกายนนี้

ส่วนนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดอื่นๆ กสศ. จะเริ่มดำเนินงานประสานงานและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินงานได้ในปีการศึกษา 2562 อย่างไรก็ตาม ในช่วงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทาง กสศ.ได้เข้าไปประสานความช่วยเหลือ กรณีเด็กยากจนพิเศษ เด็กพิการด้อยโอกาสและเด็กนอกระบบ ในจังหวัดเชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และสุรินทร์ โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น และเอกชน รวมถึงสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกระทรวงการคลังในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกองทุน ทั้งเรื่องความขาดแคลนทุนทรัพย์และความด้อยโอกาสทางสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม

ข่าวอื่นๆ