น้ำท่วม29จ.เดือดร้อน1.2ล้านคน

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 18:34 น.
 ปภ.ระบุน้ำท่วมล่าสุด 29 จังหวัด  ประชาชนเดือนร้อนกว่า 1.2 ล้านคน เตือน 6 จังหวัดภาคเหนือรับมือน้ำท่วมฉับพลัน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานขณะนี้มีพื้นที่ประสบภัย 29 จังหวัด 186 อำเภอ 1,355 ตำบล 8,609 หมู่บ้าน ได้แก่ พิจิตร ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ระยอง ตราด สระแก้ว นครราชสีมา ปราจีนบุรี ลพบุรี นครสวรรค์ ชัยภูมิ สระบุรี เพชรบูรณ์ นครนายก ศรีสะเกษ ตาก สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นนทบุรี ปทุมธานี กำแพงเพชร นครปฐม อุทัยธานี สิงห์บุรี จันทบุรี และเชียงใหม่ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 456,823 ครัวเรือน 1,280,344 คน ผู้เสียชีวิต 17 ราย ผู้สูญหาย 1 ราย นอกจากนี้ เกิดดินโคลนถล่มปิดทับเส้นทางลำปาง-เชียงใหม่ หลักกิโลเมตรที่ 28-29 ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

เตือน 6 จังหวัดภาคเหนือรับมือน้ำท่วมฉับพลัน

นอกจากนี้ขอเตือนประชาชนที่อาศัยในภาคเหนือโดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และที่ราบลุ่มริมแม่น้ำใน 6 จังหวัด ได้แก่ ตาก กำแพงเพชร ลำปาง เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในระหว่างวันที่ 22-23 ต.ค. เนื่องจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทำให้ภาคเหนือด้านตะวันตกมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นและฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่โดยติดตามพยากรณ์อากาศและหมั่นสังเกตสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอด้วย  โดยหากประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

น้ำท่วมขังเส้นถนนสัญจรผ่านไม่ได้ 21 สาย ใน 9 จังหวัด

ทั้งนี้ ปภ.รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขังเส้นทางจราจรไม่สามารถสัญจรผ่านได้รวม 21 สาย ใน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ 1 สาย นครราชสีมา 6 สาย สระแก้ว 2 สาย บุรีรัมย์ 1 สาย ปราจีนบุรี 1 สาย ขอนแก่น 1 สาย ลพบุรี 6 สาย สระบุรี 2 สาย และพระนครศรีอยุธยา 1 สาย พร้อมเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าว โดยแนะให้ไปใช้เส้นทางอื่น

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากการประสานข้อมูลเส้นทางจราจรที่มีน้ำท่วมขังกับกรมทางหลวง พบว่า มีน้ำท่วมขังเส้นทางจราจรไม่สามารถสัญจรผ่านได้ 21 สายใน 9 จังหวัด  ดังนี้ 

เชียงใหม่ 1 สาย ได้แก่ สายห้วยอีลิง-ฮอด อำเภอฮอด กิโลเมตรที่ 87-88 ให้ใช้เส้นทางสาย 1009 จอมทอง-ดอยหล่อ

นครราชสีมา 6 สาย ได้แก่  สาย 205 โนนไทย-นครราชสีมา อำเภอเมืองนครราชสีมา กิโลเมตรที่ 387-399 ให้ใช้เส้นทางสาย 2150 โนนไทย-ขามสะแกแสง สาย 2068 สำโรง-โนนไทย อำเภอโนนไทย คอสะพานขาดบริเวณกิโลเมตรที่ 37 ให้ใช้เส้นทางสาย 205 นครราชสีมา-โนนไทยสาย 201 สีคิ้ว-ด่านขุนทด-ชัยภูมิ อำเภอด่านขุนทด กิโลเมตรที่ 37-39 ให้ใช้เส้นทางสาย 201 เทพสถิตย์-ลำนารายณ์   สาย 224 โชคชัย-ครบุรี อำเภอโชคชัย กิโลเมตรที่ 2-16 ให้ใช้เส้นทางหมู่บ้านดอนไพรสาย 226 นครราชสีมา-จักราช อำเภอจักราช กิโลเมตรที่ 16-35  ให้ใช้เส้นทางสาย 2298 ห้วยลับ-ด่านเกวียนสาย 2421 เขื่อนลำพระเพลิง-โชคชัย อำเภอโชคชัย กิโลเมตรที่ 44-46 ให้ใช้เส้นทางสาย 24 ปักธงชัย-โชคชัย

สระแก้ว 2 สาย ได้แก่สาย 3366 ท่าข้าม-หนองเอี่ยน อำเภออรัญประเทศ กิโลเมตรที่ 0-7 ให้ใช้เส้นทางสาย 2067 อรัญประเทศ-โนนสาวเอ้  สาย 3511 แสนสุข-จารย์จู อำเภออรัญประเทศ กิโลเมตรที่ 9-14  ให้ใช้เส้นทางสาย 3384 หนองปรือ-โนนสาวเอ้  บุรีรัมย์ 1 สาย ได้แก่ สาย 226 หนองคู-ลำปลายมาศ อำเภอลำปลายมาศ กิโลเมตรที่ 87-88 ให้ใช้เส้นทางสาย 2208 ประโคนชัย-กระสัง  ปราจีนบุรี 1 สาย ได้แก่ สาย 319 ปากพลี-ศรีมหาโพธิ อำเภอเมืองปราจีนบุรี กิโลเมตรที่ 152-153 ให้ใช้เส้นทางสาย 33 ปราจีนบุรี-กบินทร์บุรี

ขอนแก่น 1 สาย ได้แก่ สาย 2038 กุดฉิม-หนองบัวลำภู อำเภอหนองเรือ กิโลเมตรที่ 3-5 ให้ใช้เส้นทางสาย 2133 ศรีบุญเรือง-ภูเวียง

ลพบุรี 6 สาย ได้แก่สาย 311 ทางเลี่ยงเมืองลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี กิโลเมตรที่ 9-10 ให้ใช้เส้นทางในเขตเทศบาล   สาย3016 ป่าตาล-ป่าหวาย อำเภอเมืองลพบุรี กิโลเมตรที่ 0-5 ให้ใช้เส้นทางในเขตเทศบาล  สาย 3019 เขาพระงาม-โคกกระเทียม อำเภอเมืองลพบุรี กิโลเมตรที่ 1-2 ให้ใช้เส้นทางสาย 3196 บ้านหมี่-ลพบุรี  สาย 3024 บ้านหมี่-เขาช่องลม อำเภอบ้านหมี่ กิโลเมตรที่ 6-13 ให้ใช้เส้นทางสาย 3326 บ้านหมี่-หนองม่วง สาย 205   ม่วงค่อม-โคกสำโรง-ลำนารายณ์ อำเภอโคกสำโรง กิโลเมตรที่ 229-242 ให้ใช้เส้นทางสาย 2089ตอนน้ำสุด-ลำนารายณ์ สาย 2275 ชัยบาดาล – บึงสามพัน อำเภอชัยบาดาล กิโลเมตรที่ 0-2 ให้ใช้เส้นทางสาย 21 ชัยบาดาล-บึงสามพัน

สระบุรี 2 สาย ได้แก่สาย 3020 พระพุทธบาท-หนองโคน อำเภอพระพุทธบาท กิโลเมตรที่ 6-8 ให้ใช้เส้นทางสาย 3022 บ้านหม้อ-ท่าเรือสาย3034 หน้าพระลาน-บ้านครัว อำเภอบ้านหม้อ กิโลเมตรที่ 13-16 ให้ใช้เส้นทางสาย 3022 บ้านหม้อ-ท่าเรือ

พระนครศรีอยุธยา 1 สาย ได้แก่ นครหลวง-ท่าเรือ กิโลเมตรที่ 15-17 ให้ใช้เส้นทางสาย 329 นครหลวง-บางปะอิน ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ ไม่ฝืนขับรถในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เพราะกระแสน้ำอาจพัดรถจมน้ำได้ ท้ายนี้ ผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง