สั่งย้าย7ตำรวจพร้อมสอบข้อเท็จจริงหลังพ่อค้าส้มตำแจ้งความกรรโชกทรัพย์

  • วันที่ 11 ก.ย. 2561 เวลา 18:33 น.

สั่งย้าย7ตำรวจพร้อมสอบข้อเท็จจริงหลังพ่อค้าส้มตำแจ้งความกรรโชกทรัพย์

กองบังคับการตำรวจนครบาล1 สั่งย้ายตำรวจ 7 นาย พร้อมสอบข้อเท็จจริง หลังถูกพ่อค้าส้มตำแจ้งความ ฐานกรรโชกทรัพย์

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าขายส้มตำ-ลาบ แจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.พญาไท ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 3 นาย ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน จำนวน 4 นาย รวมทั้งหมด 7 นาย สังกัดกองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจนครบาล 1 (กก.สส.บก.น.1) ในความผิดฐาน "ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด" โดยระบุว่า ขณะนี้ทาง สน.พญาไท ได้รับคำร้องทุกข์ตามคดีอาญาไว้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินคดี

ขณะที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล1 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริง รวมทั้งมีคำสั่งให้กลุ่มข้าราชการตำรวจที่ถูกกกล่าวหามาปฏิบัติราชการ ที่ศูนย์ปฏิบัติการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยขาดจากหน้าที่เดิมตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย. 2561 เป็นต้นไป

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวการกระทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องของความประพฤติส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กรแต่อย่างใด ยืนยันทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะไม่ปกป้องข้าราชการตำรวจที่กระทำผิดกฎหมายอย่างแน่นอน แต่จะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งพนักงานสอบสวนและคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง จะดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ ตามกรอบกฎหมาย และระยะเวลาที่กำหนด

"ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการมาโดยตลอด ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการเหลื่อมล้ำกับกฎหมาย สร้างความเดือนร้อนแก่พี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต เป็นธรรม ให้บริการประชาชนด้วยใจ เสมือนเป็นคนในครอบครัว นึกถึงความเดือดร้อน หรือปัญหาต่างๆ ที่ประชาชนมาขอความช่วยเหลือเป็นสำคัญ คอยบำบัดทุกข์บำรุงสุกแก่ประชาชน ตลอดจนการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย"

"นอกจากนี้ได้กำชับผู้บังคับบัญชา คอยสอดส่องดูแล ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิดทั้งในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ หากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความประพฤตินอกรีต ไปเรียกรับเงินทอง เรียกรับผลประโยชน์อื่นใด หรือแม้กระทั่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ จะดำเนินทางวินัยและอาญา อย่างเด็ดขาดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีอยู่แล้ว"รอง โฆษก ตร. กล่าว

ภาพ www.fm91bkk.com

 

ข่าวอื่นๆ