บิ๊กโจ๊กลั่นดำเนินคดีแอดมิน"CSI LA"ตามหลักฐาน ไม่เกี่ยวปมนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม

  • วันที่ 06 ก.ย. 2561 เวลา 17:19 น.

บิ๊กโจ๊กลั่นดำเนินคดีแอดมิน"CSI LA"ตามหลักฐาน ไม่เกี่ยวปมนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม

"พล.ต.ต.สุรเชษฐ์" เผยดำเนินคดีแอดมินเพจCSI LA ตามหลักฐานปมเกาะเต่า ลั่นไม่เกี่ยวกับเรื่องนาฬิหรูบิ๊กป้อม

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการ ตำรวจท่องเที่ยว(รองผบช.ทท.) กล่าวถึงการดำเนินคดีกับแอดมินเพจ CSI LA และสมุยไทม์ ที่ออกมา เปิดเผยกรณีสาวชาวอังกฤษอ้างว่าถูกวางยาและข่มขืนที่หาดทรายรี บนเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า ขณะนี้มีการจับกุมคนที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ จำนวน 11 ราย และล่าสุดมีการมอบตัวเพิ่มอีก1 ราย รวมเป็น12 ราย

ส่วนแอดมินเพจ CSI LA อยู่ระหว่างประสานงานกับต่างประเทศ เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดี ตำรวจไทยก็ประสานกับเอฟบีไอและหน่วยของสหรัฐอเมริกาตลอดอยู่แล้ว เนื่องจากแอดมินคนดังกล่าวมีหมายจับ 2 หมายจับ ต้องนำตัวมาดำเนินคดี เพราะคนเหล่านี้สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ โพสต์ แชร์ ข้อมูลอันเป็นเท็จเรียกยอดแชร์ ยอดไลค์ สร้างประโยชน์ให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิด ถ้าหากมีการโพสต์ข้อความอันเป็นเท็จสร้างความเสียหายอีก ก็จะถูกดำเนินคดี เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ

ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมโซเชียลบางกลุ่มมีการวิจารณ์ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ CSI LA เพราะก่อนหน้านี้เพจดังกล่าวเคยเปิดเผยข้อมูล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีนาฬิกา 25 เรือน ที่ยืมเพื่อนมา จนเป็น เรื่องโด่งดัง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน และไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง การดำเนินคดีกับเพจจี้เพื่อส่วนรวมปกป้องประเทศ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เรื่องนี้ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ก็ไม่เคยมีการร้องทุกข์ดำเนินคดีกับแอดมินเพจ CSI LA ในเรื่องนี้ แต่อย่างใด

"เชื่อว่าท่านไม่เอาเรื่องแบบนี้มาให้กังวลใจ ถ้าติดใจเรื่องนี้ก็คงสั่งดำเนินคดีไปแล้ว ทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะท่านก็เป็นบุคคลสาธารณะ เรื่องก็เกิดขึ้นมานานแล้ว และผมก็ไม่เคยพูดคุยกับพล.อ.ประวิตรในเรื่องนี้ การที่ผมออกมาดำเนินการเรื่องนี้ก็มีทั้งคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ไม่ปิดกั้นที่จะแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ แต่การออกมากล่าวหา ปั้นเรื่องเท็จแบบนี้ทำให้เสียหายก็ต้องดำเนินการ" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

อย่างไรก็ตามได้ประสานผ่านทางกงสุลใหญ่อังกฤษ ประจำประเทศไทย เพื่อขอหลักฐาน อาทิ เสื้อผ้าที่เปื้อนคราบอสุจิ คำให้การ ฯลฯ มาให้ตำรวจไทย จะได้ทราบข้อเท็จจริง ซึ่งต้องรอสักระยะ ไม่เกินเดือนก็คาดว่าได้หลักฐานที่ขอไป ตอนนี้ในส่วนตำรวจไทยจากพยานหลักฐานที่เราตรวจสอบครบ ยังไม่พบว่ามีการข่มขืน แต่ก็ยังรอหลักฐานจากผู้เสียหายเพื่อมาประกอบยืนยัน และที่ผ่านมาได้เข้าพบกงสุลใหญ่สหรัฐฯ ก็ชื่นชมการทำงานของตำรวจไทย ว่าดำเนินการรวดเร็ว

ข่าวอื่นๆ