สาวร้องกองปราบถูกผู้ใหญ่บ้านไล่ยิงบนถนน แต่คดีไม่คืบ

  • วันที่ 04 ก.ย. 2561 เวลา 16:31 น.

สาวร้องกองปราบถูกผู้ใหญ่บ้านไล่ยิงบนถนน แต่คดีไม่คืบ

อดีตข้าราชการตำวจพาสาวเข้าร้องกองปราบหลังถูกแก๊งผู้ใหญ่บ้าน-ตำรวจไล่ยิงในอ.สะเดา สงขลา แต่คดีไม่คืบหน้า เชื่อหวังก่อเหตุรีดทรัพย์

เมื่อวันที่ 4 ก.ย. น.ส.ศิรินทร บุญจันทร์ ชาว อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมด้วย ร.ต.อ.วัชรินทร์ เบญจทศวรรษ อดีตข้าราชการตำรวจ และนายไชยา คุ้มอำ ทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สวิก นุชเจริญผล สารวัตรสอบสวน กองกำกับการ 6 กองปราบปราม เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยเร่งรัดคดีที่ น.ส.ศิรินทร ถูกผู้ใหญ่บ้าน, เจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้านอีกหนึ่งคน ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถขณะขับขี่อยู่บนถนน เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า

น.ส.ศิรินทร กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.50 น. ของวันที่ 20 ส.ค. หลังจากเลิกงานได้ขับรถยนต์กลับบ้านที่ ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา โดยขับรถไปตามถนนบ้านปริก – บ้านคลองรำ เมื่อถึงถนนสี่แยกตลาดบ้านปริก ได้มีรถยนต์คันหนึ่งขับตามหลังมาแล้วเปิดไฟสูงใส่ จึงชะลอรถแต่รถดังกล่าวก็ไม่แซงขึ้นไป แต่ไล่ขับตามหลัง ตนเห็นเป็นที่เปลี่ยวจึงได้เร่งความเร็วเพื่อหลบหนีแต่รถคันดังกล่าวยังขับไล่ติดตาม

กระทั่งไปถึงบริเวณสะพานห้วยสวนใหญ่ ม.1 ต.ทุ่งหมอ ได้มีรถยนต์กระบะ ซึ่งทราบภายหลังว่า มี ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ได้ขับแซงปาดหน้า ตนจึงได้หยุดรถ ผู้ใหญ่บ้านได้ลดกระจกด้านคนขับลง จังหวะนั้นตนเหลือบเห็นอาวุธปืนสั้นอยู่ในมือด้วยความตกใจกลัวจึงได้ขับรถหนี จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงขับรถไปจอดหน้าบ้านของชาวบ้านเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ และเข้าแจ้งความแต่คดียังไม่คืบหน้า

ด้าน ร.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบพบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวประมาณ 3 คน ประกอบด้วย ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ ดาบตำรวจ และชาวบ้านอีกหนึ่งคน ซึ่งที่ผ่านมาเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อย โดยคนกลุ่มนี้น่าจะเป็นการกระทำเพื่อหวังรีดทรัพย์จากเหยื่อ และมักจะใช้แผนประทุษกรรมเดียวกัน โดยการอ้างว่าเข้าใจผิดคิดว่าเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาเมื่อผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ก็มักไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมักจะช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อขอให้ยอมความกัน หากไม่ยอมความเกรงว่าอาจจะไม่ได้รับความปลอดภัย ผู้เสียหายส่วนใหญ่จึงได้ยอมความ

ทั้งนี้ตนจึงได้พาผู้เสียหายมาเข้าร้องทุกข์กับทางกองปราบฯ และอยากให้ทางกองปราบฯช่วยรับทำคดีดังกล่าวและคดีอื่นๆที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.สะเดา ด้วย เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ถือเป็นผู้มีอิทธิพล และน่าจะมีผู้หนุนหลังอยู่เบื้องหลัง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำการสอบปากคำผู้ร้องไว้เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานของผู้ร้อง ก่อนรวบรวมเรื่องราวทั้งหมดส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารราสั่งการดำเนินการต่อไป

 

 

 

ข่าวอื่นๆ