ความเสียหายจากน้ำท่วม

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 08:01 น.
เหตุการณ์น้ำท่วมที่ทำให้ประชาชนหลายจังหวัดได้รับความเดือดร้อน

ทำให้รัฐบาลต้องผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือประชาชน โดย นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้สั่งการให้ธนาคารของรัฐทุกแห่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ทั้งที่เป็นลูกค้าและไม่เป็นลูกค้าที่ประสบภัยจากน้ำท่วม ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีมาตรการช่วยเหลือกรณีลูกหนี้เสียชีวิตก็จะยกหนี้ทั้งหมดให้ โดยที่ผ่านมาลูกค้าของธนาคารเสียชีวิตจำนวน 2 คน

นอกจากนี้ กรณีเกษตรกรลูกค้าสูญเสียรายได้เกินกว่า 50% จะขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 3 ปี ส่วนกรณีที่สูญเสียรายได้น้อยกว่า 50% จะขยายเวลาการชำระหนี้เงินกู้เป็นเวลา 1 ปี โดยจะงดการคิดดอกเบี้ยเงินกู้เป็นเวลา 3 ปี รวมถึงจะให้เงินกู้ใหม่เพื่อฟื้นฟูการประกอบอาชีพรายละไม่เกิน 1 แสนบาท โดยจะลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากอัตราดอกเบี้ยปกติที่ ธ.ก.ส. เรียกเก็บจากลูกค้าลง 3% ต่อปี เป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี

สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ ไม่ว่าผลผลิตจะเสียหายหรือไม่ ก็จะได้รับการชดเชยส่วนต่างจากโครงการเช่นเดิม

สำหรับธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จะช่วยเหลือกรณีหนี้เงินกู้เดิม จะพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน ให้แก่ลูกค้าสินเชื่อเดิมของธนาคารและลูกค้าสินเชื่อเคหะหากเป็นลูกค้าสินเชื่อเดิม จะขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปอีกไม่เกิน 6 เดือน หากเป็นลูกค้าสินเชื่อเคหะจะปรับลดเงินงวด หรือขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไป และสามารถกู้เพิ่มเป็นเงินทุนหมุนเวียน จะมีโครงการเงินกู้เพื่อลดภาระหนี้ ปลูกสร้าง ซ่อมแซมที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประสบอุทกภัยปี 2553 ซึ่งจะได้ทั้งลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ในอัตราดอกเบี้ยถูกเป็นพิเศษ

นอกจากนี้สำหรับลูกค้าธนาคารที่ขอลดภาระหนี้ที่ผ่อนชำระจะได้รับการปลอดผ่อนชำระเงินงวด 4 เดือน ขณะที่ธนาคารกรุงไทย จะมีการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ ให้กู้เพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงกิจการ สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน กู้ซ่อมแซม อนุมัติภายใน 3 วัน ส่วนลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ธนาคารจะให้การสนับสนุนสินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกค้าเพื่อใช้ในการซ่อมแซมและปรับปรุงกิจการ รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียน และส่วนลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางอ้อม ธนาคารผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ โดยให้พักชำระเงินต้นนาน 6 เดือน หรือชำระดอกเบี้ยบางส่วน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) จะให้สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เงินทุนหมุนเวียน และสินเชื่ออเนกประสงค์ ไม่จำกัดวงเงิน โดยพิจารณาตามความเสียหายจริง และมีการผ่อนปรนเงินต้นและอัตรากำไรเป็นระยะเวลา 3 เดือน เดือนที่ 4 – 24 จะคิดอัตรากำไรต่ำ กว่าสัญญาเดิม 1% หรือเลือกชำระหนี้เฉพาะส่วนอัตรากำไรเป็นระยะเวลา 12 เดือน ส่วนเดือนที่ 13 – 24 ชำระทั้งเงินต้นและกำไร โดยจะคิดอัตรากำไรต่ำกว่าสัญญาเดิม 1%

สุดท้าย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)จะพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขให้กับผู้ส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเป็นรายๆ ไป ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) จะพิจารณาผ่อนปรนเงื่อนไขการให้สินเชื่อกรณีสินเชื่อเดิมและสินเชื่อใหม่เป็นกรณีพิเศษ และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะประสานงานกับสถาบันการเงินทุกแห่ง เพื่อผ่อนปรนค่าธรรมเนียมการค้ำประกันให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ