ระทึก3ทัพน้ำบุกกรุง

วันที่ 22 ต.ค. 2553 เวลา 07:48 น.
กทม.หนาวน้ำเหนือเพิ่มพรวด

เค้ารางมาแล้ว น้ำจากเหนือวันเดียวพรวด 1,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ทั้งที่เมื่อวันที่ 20 อยู่ที่ระดับ 400 ลบ.ม.ต่อวินาที เท่านั้น

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กำลังติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีน้ำ 3 ก้อนคือ น้ำในทุ่งภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ไหลออกมาสมทบกับน้ำเหนือที่กำลังทยอยไหลมา ในวันที่ 23-27 ต.ค.นี้ จะมาปะทะกับน้ำทะเลหนุนสูงสุดวันที่ 26 ต.ค.

“ปัญหาสำคัญขณะนี้คือน้ำเหนือจะมาถึง กทม.เท่าไหร่ยังไม่ชัดเจน” นายธีระ กล่าว

นายธีระ แสดงความวิตกว่า ปริมาณน้ำฝนจากภาคเหนือที่กำลังไหลมานั้นปริมาณได้เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราด เช่นที่ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ได้เพิ่มจาก 400-500 ลบ.ม.ต่อวินาที กลายเป็น 1,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ภายในวันเดียว เมื่อน้ำจากเหนือมาร่วมสมทบกันที่ อ.ชุมแสง จะส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ผ่านเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ระดับ 2,900 ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะน้ำจากแม่น้ำป่าสักจะไหลมาอีก 2,900ลบ.ม.ต่อวินาที และปริมาณน้ำที่บางไทรอยู่ที่ 2,879 ลบ.ม.ต่อวินาที

“เท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลมา กทม.มีแนวโน้มว่าเพิ่มขึ้นแน่นอน หากผ่าน อ.บางไทร 3,500 ลบ.ม. มีผลกระทบ กทม. แน่นอน แม้ฝนไม่ตกก็ตาม” นายธีระ กล่าว

ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) แจ้งว่า งดการเดินรถไฟสายเหนือทั้งเที่ยวขึ้นเที่ยวล่อง กทม.ภาคเหนือทุกขบวนแล้ว เพราะทางขาดที่ลพบุรียังแก้ไขไม่ได้ ด้านบริษัท ขนส่ง (บ.ข.ส.) แจ้งว่า บ.ข.ส. และรถร่วมยังคงวิ่งบริการตามปกติทุกเส้นทาง เว้นที่ผ่าน อ.ด่านขุนทด และแยกหนองบัวโคก จ.นครราชสีมา รถเล็กและรถใหญ่ผ่านไม่ได้ ต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทาง กทม.–หล่มสัก ลำนารายณ์เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิแทน

สุวรรณภูมิร่วมมือกรมชลประทานเตรียมรองรับและระบายน้ำในสนามบินชุมชนรอบข้าง คาดสามารถจัดการได้ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการบิน
ดนการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้หารือร่วมกับกรมชลประทานเพื่อวางมาตรการป้องกันน้ำท่วมสนามบินแล้ว คาดว่าจะป้องกันได้ไม่มีปัญหา