"บิ๊กฉัตร"เดินหน้าโครงการวิถีคลอง-วิถีไทยตามรอยเสด็จคลองดำเนินต้นปี62

วันที่ 31 ส.ค. 2561 เวลา 16:53 น.
"บิ๊กฉัตร"เดินหน้าโครงการวิถีคลอง-วิถีไทยตามรอยเสด็จคลองดำเนินต้นปี62
รองนายกฯสั่ง อพท. เดินหน้าโครงการ วิถีคลอง-วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน ตั้งเป้าเปิดโครงการต้นปี62 เน้นคลองธรรมชาติ น้ำสะอาด สร้างรายได้ชุมชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 61 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานการประชุมแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาคูคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ  ครั้งที่  1 สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 โดยพล.อ.ประยุทธ์  จันโอชา นายกรัฐมนตรี มีดำริให้มีการพัฒนาคลองสวยรน้ำใส 77 จังหวัด จังหวัดละ 1 คลอง พร้อมมอบหมายให้พล.อ.ฉัตรชัย เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อการพัฒนาคูคลอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ โดยร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยึดหลักการให้ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ มีความรู้ความเข้าใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการให้มากที่สุด

ทั้งนี พล.อ.ฉัตรชัย ได้มอบหมายให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. จัดทำโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยววิถีคลองเพื่อเป็นพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวโดยชุมชนมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีคลอง วิถีเกษตรผสมผสาน และประวัติศาสตร์  โดยเลือกคลองดำเนินสะดวก เป็นต้นแบบในการดำเนินงาน ภายใต้การสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยว มุมมองใหม่ ตลาดน้ำดำเนินสะดวก “วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยดำเนินสะดวก”   โดยมีแผนการดำเนินงานนำร่องในระยะทาง  10 กิโลเมตร  ในเส้นทางเดินเรือ 4 จุด  ประกอบด้วย จุดวัดโชติการาม  จุดบ้านมหาดเล็กเจ๊กฮวด  จุดสวนเกษตรผสมผสาน และจุดตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวย้ำว่า ในการคัดเลือกคลองที่เข้าร่วมโครงการยึดหลัก 1 ต้องเป็นคลองธรรมชาติที่สวยงาม 2.มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ 3.ไม่ใช่คลองขนาดใหญ่ และมีเรือยนต์วิ่ง  หวังให้คนในพื้นที่ ได้นำสินค้าเกษตรมาจัดจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชุมชน

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย ยังเห็นชอบให้ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยว วิถีคลอง วิถีไทย ตามรอยเสด็จคลองดำเนิน โดยกำชับให้กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า เร่งรัดดูแลเรื่องการพัฒนาคุณภาพน้ำและสภาพน้ำ ในคูคลองทั้งหมดให้สะอาดได้มาตรฐาน ตลอดจนเรื่องความปลอดภัย โดยให้ อพท.ไปศึกษาแผนดังกล่าวให้รอบคอบ   ทั้งนี้ ขอให้ทุกฝ่ายบูรณาการการทำงานร่วมกัน ตลอดจนส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการทำงาน ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้โครงการนี้สำเร็จเร็วขึ้น อย่างช้าต้นปี 2562 สามารถเปิดตัวโครงการได้