ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้อง "2อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ-คนสนิท"คดีเงินทอนวัดสำนวน2

  • วันที่ 22 ส.ค. 2561 เวลา 19:25 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้อง "2อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ-คนสนิท"คดีเงินทอนวัดสำนวน2

ศาลอาญาคดีทุจริตฯรับฟ้อง"2 อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ-ฆราวาสคนสนิท" คดีทุจริตเงินทอนวัดสำนวน 2 เบิกตัวจากเรือนจำสอบคำให้การ 3 ก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 4 ได้นำสำนวนเอกสาร ยื่นฟ้อง นายสังคม สังฆะพัฒน์ อายุ 47 ปี หรือ อดีตพระราชอุปเสณาภรณ์ อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร , นายเทอด วงศ์ชอุ่ม อายุ 47 ปี หรือ อดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์หรือเจ้าคุณเทอด อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และนายทวิช สังข์อยู่ อายุ 43 ปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศฯ เป็นจำเลยที่ 1-3 ร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)

จากกรณีการจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 10 ล้านบาทให้วัดสระเกศฯ จากงบประมาณปี 2557 ทั้งหมด 72 ล้านบาท ทั้งที่วัดสระเกศฯ ไม่มีโรงเรียนแผนกนี้ จึงไม่มีสิทธิได้รับงบนี้ อันเป็นความผิด พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,60 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 23,45 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โดยอดีตพระทั้ง 2 รูป ที่มีอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์ ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ร่วมกันลงชื่อเบิกถอนเงินจากบัญชีวัดสระเกศฯ โดยมีนายทวิช จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับมอบอำนาจ เมื่อปี 2558 ไปใช้ในกิจการอื่น ทั้งที่เป็นงบประมาณ สำหรับอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา

โดยท้ายฟ้องอัยการ ขอให้นับโทษจำเลย ต่อจากคดีที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในสำนวนแรก หมายเลขดำ อท.197/2561 ในความผิดฐานร่วมฟอกเงินทุจริตงบประมาณ พศ.เช่นกันด้วย

ทั้งนี้ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้ประทับรับฟ้องคดีจำเลยทั้ง 3 คนในวันนี้ เป็นคดีหมายเลขดำ อท.205/2561 โดยนัดสอบคำให้การจำเลยทั้งสาม ในวันที่ 3 ก.ย.นี้เวลา 09.30 น. ซึ่งศาลจะเบิกตัวทั้งสามมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯที่ถูกคุมขังตั้งแต่ชั้นฝากขังเมื่อต้นปี 2561 มาสอบคำให้การต่อไป

ขณะที่การยื่นฟ้องวันนี้ พนักงานอัยการโจทก์ ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวทั้งสามด้วย เนื่องจากเป็นคดีเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาและประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ประกอบกับนายสังคม และเทอด จำเลยที่ 1-2 ก็เคยเป็นอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่ จึงเกรงว่าหากปล่อยตัวแล้วจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ดี จนสิ้นสุดเวลาทำการศาล จำเลยทั้งสาม ไม่ได้มอบอำนาจบุคคลใด หรือทนายความมายื่นประกันตัวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ส.ค.61 พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 และ 2 ก็ได้ยื่นฟ้องกลุ่มพระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดสระเกศฯ และวัดสามพระยา กับฆราวาสไปแล้ว รวม 10 ราย

ประกอบด้วย 1.สำนวนคดีหมายเลขดำ อท.196/2561 ที่ยื่นฟ้อง นายเอื้อน กลิ่นสาลี “อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม)” อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ “อดีตพระอรรถกิจโสภณ” อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ , ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตงบประมาณ พศ.ในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม

2. คดีหมายเลขดำ อท.197/2561 ยื่นฟ้อง นายธงชัย สุขโข “อดีตพระพรหมสิทธิ หรือธงชัย สุขญาโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร , นายบุญทวี คำมา “อดีตพระศรีคุณาภรณ์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ , นายสมจิตร จันทร์ศรี “อดีตพระครูสิริวิหารการ” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ , นายเทอด วงศ์ชอุ่ม “อดีตพระวิจิตรธรรมาภรณ์หรือเจ้าคุณเทอด” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ , นายสังคม สังฆะพัฒน์ “อดีตพระเมธีสุทธิกรและอดีตพระราชอุปเสณาภรณ์” อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ , น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้านร่วมรับโอนเงิน 25 ล้านบาท , นายทวิช สังข์อยู่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ บริษัท ดีดีทวีคูณ ที่รับผลิตสื่อให้กับวัดสระเกศ และ “น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา”(มารดาของ ร.ท.ฐิติทัศน์) เป็นจำเลยที่ 1-8 เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (5), ,มาตรา 5 (1)(2)(3) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 , 91 กรณีร่วมกันฟอกเงิน การทุจริตเงิน งบประมาณ พศ.ในส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา

โดยปัจจุบันอดีตพระเถระ และฆราวาสทั้ง 10 ราย ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพราะไม่ได้รับการประกันตัว เนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตกลางฯ เห็นว่า พฤติการณ์กระทำความผิดของจำเลยกับพวกมีลักษณะร่วมกันกระทำความผิด เป็นขบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำ ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเป็นเงินงบประมาณแผ่นดิน ความเสียหายก็เป็นเงินจำนวนสูง อีกทั้งยังเป็นการกระทบกระเทือนต่อพระพุทธศาสนา พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรงและความผิดตามฟ้อง มีอัตราโทษสูง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวก็มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า จำเลยกับพวกจะหลบหนี

**********************

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

ข่าวอื่นๆ