จ่อฟันแบงก์ไม่แจ้งธุรกรรม แก๊งบิตคอยน์โอนเกิน2ล้าน

  • วันที่ 16 ส.ค. 2561 เวลา 07:08 น.

จ่อฟันแบงก์ไม่แจ้งธุรกรรม แก๊งบิตคอยน์โอนเกิน2ล้าน

กองปราบปรามสอบพบธนาคารพาณิชย์ไม่รายงานธุรกรรม แก๊งบิตคอยน์โอนเงินเกิน 2 ล้านต่อ ปปง. ด้าน "ประสิทธิ์" เจรจาผู้เสียหายไม่ลงตัว พี่สาวบูมได้ประกัน

แหล่งข่าวจากกองปราบปราม เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนคดีฟอกเงินสกุลดิจิทัลบิตคอยน์ ซึ่งมีการจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ จารวิจิต หรือบูม นักแสดงหนุ่มไปแล้ว และออกหมายจับนายปริญญาและ น.ส.สุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่ชายและพี่สาวของนายจิรัชพิสิษฐ์ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน กำลังพิจารณาว่าธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจมีความผิดฐานไม่แจ้งการทำธุรกรรมที่มีจำนวนเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มผู้ต้องหามีการโอนเงินเข้าบัญชีระหว่างกันหลายครั้ง ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

นอกจากนี้ ยังพบว่านายปริญญามีการนำเอกสารส่วนตัวของผู้อื่นไปใช้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารแล้วเป็นผู้ทำธุรกรรมเอง โดยผู้ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีไม่ทราบเรื่อง ซึ่งเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารพาณิชย์บางแห่งอาจจะมีส่วนรู้เห็นด้วย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนเห็นว่าควรมีการดำเนินคดีทั้งระดับพนักงานผู้ปฏิบัติ และธนาคารในฐานะนิติบุคคล เพราะถือเป็นความบกพร่องโดยตรงที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในการรายงานธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อ ปปง.

แหล่งข่าวระบุอีกว่า นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตผู้บริหารบริษัท หลักทรัพย์แอพเพิล เวลธ์ ซึ่งรับโอนเงินจากผู้เสียหายมาเพื่อซื้อหุ้นแต่กลับส่งมอบหุ้นให้แก่ผู้เสียหายไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้นั้น ได้เจรจากับผู้เสียหายไปแล้วหลายครั้งเพื่อที่จะคืนทรัพย์สินที่ได้มาแลกกับการไม่ต้องถูกดำเนินคดี เพราะคดีฉ้อโกงทรัพย์เป็นคดีอาญาที่สามารถยอมความกันได้ ล่าสุดนายประสิทธิ์ได้ต่อรองขอซื้อหุ้นคืนจากผู้เสียหาย แต่การพูดคุยยังไม่ได้ข้อสรุป พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมเอกสารหากสำนวนมีความเรียบร้อยและผู้เสียหายยืนยันที่จะดำเนินคดีก็จะต้องดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

ด้าน น.ส.สุพิชย์ฌา ผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงินได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่กองปราบปรามตั้งแต่เวลา 07.00 น. วันที่ 15 ส.ค.

พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) กล่าวหลังสอบปากคำ น.ส.สุพิชย์ฌานาน 7 ชั่วโมงว่า น.ส.สุพิชย์ฌาให้การว่านายปริญญาซึ่งเป็นพี่ชายได้โอนเงินเข้าบัญชีหลายครั้ง และสั่งว่าจะต้องถอนเงินออกมาเท่าไหร่ และโอนออกไปเท่าไหร่ น.ส.สุพิชย์ฌามีหน้าที่นำเงินเข้าและออกจากบัญชีตามคำสั่งพี่ชายเท่านั้น และนายปริญญายังได้สั่งให้ น.ส.สุพิชย์ฌานำเงินไปทำธุรกรรมซื้อ-ขายที่ดินเพื่อการฟอกเงิน เมื่อขายได้แล้วก็จะโอนเงินเข้าบัญชีนายปริญญา โดย น.ส.สุพิชย์ฌายืนยันว่าไม่เคยรับรู้ว่าเงินที่พี่ชายโอนมาให้นั้นได้มาอย่างไร โดยทุกขั้นตอนเป็นคำสั่งจากพี่ชาย

"จากนี้จะให้พนักงานสอบสวนเรียกพ่อและแม่ของนายปริญญามาให้ปากคำภายในสัปดาห์นี้ หลังพบว่านายปริญญา โอนเงินจำนวน 90 ล้านบาทเข้าบัญชีแม่ และให้แม่โอนเงินเข้าบัญชีพ่อ 40 ล้านบาท นอกจากนี้ได้ให้พนักงานสอบเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาซึ่งเป็นเพื่อนและเครือญาติของนายปริญญา อีก 5-6 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้รับเงินและโอนเงินด้วย" ผบก.ป.กล่าว

ทั้งนี้ หลังสอบปากคำ พนักงานสอบกองปราบปรามได้ควบคุมตัว น.ส.สุพิชย์ฌาไปขอฝากขังต่อศาล โดยผู้ต้องหายื่นเงินสดจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัว ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

บรรยายภาพ  - สู้คดี : สุพิชย์ฌา จารวิจิต พี่สาวของ จิรัชพิสิษฐ์ หรือ "บูมบิตคอยน์" ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาข้อหาร่วมกันฟอกเงิน พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ที่กองบังคับการปราบปราม

ข่าวอื่นๆ