ญาติ ขอบคุณ"บิ๊กโจ๊ก - ตำรวจท่องเที่ยว"ช่วยตามตัวนักไวโอลินเมียนมาสำเร็จ

  • วันที่ 15 ส.ค. 2561 เวลา 15:09 น.

ญาติ ขอบคุณ"บิ๊กโจ๊ก - ตำรวจท่องเที่ยว"ช่วยตามตัวนักไวโอลินเมียนมาสำเร็จ

ญาตินักไวโอลินชาวเมียนมา ขอบคุณพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ -ตำรวจท่องเที่ยว หลังช่วยติดตามตัวนักไวโอลินได้สำเร็จ

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่สโมสรตำรวจ นางซูซูเอ อายุ 65 ปี และน.ส.เม ไค หลิง อายุ 27 ปี ป้าและน้องสาวของนายเนียน จัน อู อายุ 39 ปี นักไวโอลินชื่อดังชาวเมียนมา ซึ่งเป็นหลานชายสมาชิกสภาชาติพันธุ์เมียนมา เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รองผบช.ทท. พ.ต.ต.สมัชญ์ บำรุงชาตอ สว.งานสืบสวน.กก1 .บก.ทท1 และพ.ต.ต.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล สว.ส.ทท.2 กก.1 บก. ทท1. เพื่อขอบคุณที่ช่วยติดตามตัวนายเนียน จัน อู ที่หายตัวไป

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ประสานให้ทางแพทย์ทำการรักษาอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวา จนถึงขณะนี้อาการล่าสุดปลอดภัยแล้ว รวมทั้งให้ทำการตรวจสอบว่ามีสารเสพติดชนิดใดในร่างกายหรือไม่ โดยในเบื้องต้นแพทย์ได้ทำการวินิจฉัยอาการของนายเนียนจันอู ไม่พบว่ามีสารเสพย์ติดใดในร่างกาย แต่จากอาการที่พบเป็นผลข้างเคียงมาจากการที่นักไวโอลินชาวพม่าทานยารักษาโรคประจำตัวเข้าไป ซึ่งมีโรคประจำตัวคือโรคไวรัสตับอักเสบ สอดรับกับทางครอบครัวที่ระบุว่า ช่วงที่นายเนียนจันอูอยู่ประเทศพม่ามีอาการในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว ทำให้สรุปได้ว่าเกิดจากอาการของตัวเองที่ได้รับประทานยาเข้าไปพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของการดูแลนักท่องเที่ยวทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งกรณีนี้สิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นคือความมีน้ำใจของคนไทย และความร่วมมือในการประสานส่งตัวนักท่องเที่ยวกลับประเทศอย่างปลอดภัย เบื้องต้นล่าสุดแพทย์ที่ทำการรักษาได้อนุญาตให้นายเนียน จัน อู กลับบ้านแล้ว โดยมีกำหนดการเดินทางกลับคืนวันนี้ซึ่งทางตำรวจท่องเที่ยวได้อำนวยความสะดวกดูแลและส่งถึงสนามบิน

น.ส.เม ไค หลิง กล่าวว่า ทางครอบครัวทราบข่าวการหายตัวไปเกิดความรู้สึกไม่สบายใจซึ่งตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้เจอตัวแล้ว แต่พอได้ทราบข่าวว่ามีการพบตัวพี่ชายของตัวเองพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลก็รู้สึกดีใจที่ได้ทราบข่าวดีนี้อย่างไรก็ตามขอขอบคุณทางตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจไทยทุกนายที่ร่วมกันในการติดตามค้นหาพี่ชายของตนเองทั้งที่ไม่มีข้อมูลใดใดซึ่งเรื่องนี้นายอู จอ ซาน สมาชิกสภาชาติพันธุ์แห่งเมียนม่า ได้ฝากแสดงความขอบคุณตำรวจไทยด้วยเช่นกันและยืนยันว่าจากเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีก

ข่าวอื่นๆ