"บิ๊กฉัตร"ยันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศแข็งแรง-เร่งจัดการระบายน้ำเขื่อนทั่วประเทศ

  • วันที่ 15 ส.ค. 2561 เวลา 14:12 น.

"บิ๊กฉัตร"ยันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศแข็งแรง-เร่งจัดการระบายน้ำเขื่อนทั่วประเทศ

“พล.อ.ฉัตรชัย” ยันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศแข็งแรง  เร่งจัดการระบายน้ำในเขื่อนทั่วประเทศ รับมือน้ำท่วม-น้ำแล้ง

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรีและ จ.นครนายกเพื่อตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล พร้อมพบปะประชาชน โดยพล.อ.ฉัตรชัย กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทานและจังหวัดจันทบุรี  ในระหว่างลงพื้นติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนด  ณ โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ต.ขุนซ่อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ว่า การพัฒนาลุ่มน้ำคลองวังโตนดมีความคืบหน้าไปมา และเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สนับสนุนภาคการเกษตร  พัฒนาแหล่งเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์สัตว์น้ำจืด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ในเขต จ.จันทบุรี  อีกทั้ง ช่วยเสริมความมั่นคงในเรื่องน้ำให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC ) 

สำหรับการโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งในจังหวัดจันทบุรี ตามที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณประจำปี รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วคือ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด  สามารถรองรับน้ำได้ความจุในระดับกักเก็บ 60.26 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างไปแล้ว 23 % และ อ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ มีความก้าวหน้า 23 % คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้   ส่วนอีก 1 อ่าง คืออ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด  ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 ปี

ทั้งนี้หากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งแล้วเสร็จ จะทำให้ลุ่มน้ำคลองวังโตนดเป็นลุ่มน้ำตัวอย่างอีกลุ่มน้ำหนึ่ง ที่สามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และผลักดันน้ำเค็ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ทั่วทั้งลุ่มน้ำ เสริมความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับลุ่มน้ำคลองวังโตนด ซึ่งเป็นแหล่งปลูกผลไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ หรือ “มหานครแห่งผลไม้” สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้สามารถผันน้ำส่วนเกินที่ส่งไปช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่ EEC ได้อีกถึงปีละประมาณ 100 ล้านลบ.ม.” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

รองนายกรัฐมนตรี  ยังกล่าวยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำในประเทศไทยทั้งหมดมีความแข็งแรง ด้วยระบบการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานทางด้านวิศวกรรมของกรมชลประทาน ที่ทำงานมาเป็น 100 ปี ด้านหลักวิชาการ  การตรวจสอบสอบเป็นระยะ และซ้ำ อย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่เป็นอ่างขนาดกลาง และขนาดเล็ก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้  พล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำจากเทือกเขาใหญ่ที่ไหลลงมาหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ว่า หากปล่อยไปจะเป็นปัญหา ฉะนั้นต้องจัดจราจรการระบายน้ำอย่างละเอียด เร่งระบายน้ำจากเขื่อนขุดด่านฯให้มากขึ้น เพื่อรองรับฝนในช่วงเดือนต่อไปหากฝนมาน้ำจะได้ไม่ล้นเขื่อน วันนี้เราต้องบริหารจัดการแบบนี้ในทุกๆเขื่อน ด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แต่ถ้าระบายน้ำมากไปก็จะเกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำต้องดูรายละเอียดของเขื่อนด้วย โดยต้องเชิญท้องถิ่นทั้งหมดมาร่วมบริหาร ซึ่งเราต้องคิดล่วงหน้า

อย่างไรก็ตามปีนี้ประเมินสถานการณ์น้ำตอนกลางของประเทศ แถว จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และจ.สุรินทร์ อาจจะประสบปัญหาภัยแล้ง จึงต้องเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้ แต่การพยากรณ์ที่แม่นยำต้องรอให้ถึงระยะใกล้ แต่ขณะนี้ ได้นำเอาข้อมูล ระยะ 3-6 เดือน มาวางไว้ก่อน แล้วค่อยปรับแผนตามสถานการณ์

ข่าวอื่นๆ